วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:สองสาวเลสถูกจับเพราะจูบกันในห้างฟู้ดแลนด์โฮโนลูลู

คดีที่สองสาวเลสเบี้ยนถูกจับเพราะจูบกันในห้างฯแล้วฟ้องตำรวจลงเอยกันด้วยดีแล้ว

รูปแทน


ตำรวจโฮโนลูลูตกลงจะจ่ายเงิน 80000 ดอลลาร์เพื่อยุติปัญหาที่สองสาวเลสเบี้ยนฟ้องว่าถูกตำรวจนายหนึ่งจับโดยมิชอบหลังจากเห็นพวกเธอจูบกันในร้านขายของชำ - เหตุเกิดในโฮโนลูลู รัฐฮาวาย

ศาลในโฮโนลูลูอ่านรายละเอียดของการประนีประนอมยอมความกันครั้งนี้เมื่อวันศุกร์ (ซึ่งการประนีประนอมนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาเมืองอีกครั้งหนึ่ง โดยสภาเมืองจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาในวันที่ 6 กรกฎาคมที่จะถึง)

ตามคำฟ้อง คอร์ทนีย์ วิลสันกับเทลเลอร์ เกอรีโรเดินทางจากลอส แอนเจลิสมาเที่ยวฮาวายเมื่อปีที่แล้วๆถูกรังควาญและถูกจับเพราะตำรวจไม่ชอบการแสดงความรักของพวกเธอในที่สาธารณะ (ในห้างฟู้ดแลนด์ซึ่งอยู่บริเวณทางชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะโอวาฮู )

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่พวกเธอกำลังเดินจูงมือกันอยู่ในห้าง แล้วมีอยู่จุดหนึ่งที่พวกเธอกอดและจูบกัน ตำรวจในเครื่องแบบนายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ซึ่งกำลังช็อปปิ้งอยู่ ตะโกนบอกให้โจทก์หยุดการกระทำดังกล่าวและสั่งว่า "ไปทำกันที่อื่น"

หญิงสาวทั้งสองเชื่อฟังแต่โดยดีและเดินซื้อของต่อไป เมื่อตำรวจนายนั้นเห็นพวกเธอแสดงความรักกันอีกครั้ง เขาขู่จะจับพวกเธอโยนออกจากร้าน

เมื่อหญิงสาวทั้งสองเดินมารอจ่ายเงิน ตำรวจนายนั้นก็เข้ามาคว้าข้อมือวิลสัน เธอจึงโทรแจ้ง 911แต่พวกเธอถูกแจ้งข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้วถูกจับไปขังเป็นเวลาสามวัน แต่สุดท้ายตำรวจก็ยกเลิกข้อกล่าวหา

เมื่อถูกหญิงสาวทั้งสองฟ้อง สำนักงานตำรวจโฮโนลูลูจึงทำการสอบสวนภายใน แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยผลของการสอบสวน

การประนีประนอมยอมความทำให้ตำรวจนายนั้นพ้นข้อหาและไม่ถือว่ากระทำความผิด

วิลสันให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้เธอกับเกอรีโรไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วแต่ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เธอกลับไปลอส แอนเจลิส ส่วนเกอรีโรตัดสินใจอยู่ในโฮโนลูลูต่อไป

"ฉันดีใจที่มันจบแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเราก็อยากให้ตำรวจนายนั้นเจ็บปวดจากการกระทำของตัวเองเสียบ้าง" วิลสันกล่าว

เกอรีโรลงเอยด้วยการทำงานและอยู่ในโฮโนลูลู ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนที่พวกเธอถูกปล่อยตัวออกจากห้องขัง พวกเธอต้องยอมรับเงื่อนไขว่าพวกเธอจะต้องไม่ออกไปจากเกาะ เมื่อถึงตอนที่พ้นจากข้อหาทั้งหลายทั้งปวง เกอรีโรพบว่าเธอชอบอยู่ที่นี่

"ฉันดีใจที่เป็นเช่นนี้" เกอรีโรพูดถึงการยอมความ "ดีใจที่มันจบเสียที"

วิลสันกับเกอรีโรวางแผนว่าหลังจากจ่ายเงินให้ทนายแล้ว จะเอาเงินที่เหลือมาแบ่งกัน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: pexels.com

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่


วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก: รถแห่งอนาคต 3

กูเกิ้ลจดลิขสิทธิ์สารเคลือบผิวแบบเหนียว (sticky coating)



กูเกิ้ลจดลิขสิทธิ์กาวที่จะติดคนไว้กับรถแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเอง(รถไร้คนขับ)

เมื่อวานนี้ (วันพฤหัส) กูเกิ้ลได้รับลิขสิทธิ์สารเคลือบผิวแบบเหนียว ที่สามารถเอาไปประยุกต์ให้กับรถขับเคลื่อนด้วยตัวเองเพื่อให้คนติดอยู่กับรถแทนที่จะกระเด็นออกไปเมื่อถูกชน

ลิขสิทธิ์อธิบาย - รายละเอียดของชั้นกาวที่ติดอยู่ที่กระโปรง กันชนและ(เป็นไปได้) บนตัวถังด้านหน้าของรถว่า - ชั้นกาวนี้จะอยู่ใต้สีเคลือบผิวรถ เมื่อสีเคลือบแตก ก็จะเจอผิวเหนียวๆ เหมือนแผ่นกาวดักแมลงวันซึ่งประยุกต์มาให้ติดคน

“เมื่อรถชนคน สีเคลือบผิวรถจะแตก เผยให้เห็นชั้นกาวที่อยู่ข้างล่าง” เอกสารระบุ

“กาวจะติดคนเอาไว้กับรถ และจะไม่ให้คนกระเด็นออกไปจนกว่ารถจะหยุด ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ให้คนไปกระแทกกับพื้นหรือวัตถุอื่นๆอีกครั้ง

กูเกิ้ลให้เหตุผลในใบขอจดลิขสิทธิ์ว่าคนที่ถูกรถชนจะเจ็บซ้ำสองเพราะน็อคกับพื้นหรือชนกับวัตถุอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ก็ส่วนลิขสิทธิ์ ส่วนเรื่องข้างล่างเป็นความคืบหน้าของกูเกิ้ลกับรถยนต์ไร้คนขับ

ผู้บริหารของเฟี๊ยต โครสเลอร์ ออโตโมบิล (เอฟซีเอ) กล่าวเมื่อต้นเดือน หลังจากประกาศร่วมมือกับอัลฟาเบท -  ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิ้ล  - ว่า “รถไร้คนขับอาจจะออกมาวิ่งตามท้องถนนในอีกไม่เกินห้าปี”

ผู้อำนวยการบริหารของเอฟซีเอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของวงเงินในการร่วมมือหรือระยะเวลาที่จะสร้างรถมินิแวน ที่จะเพิ่มจำนวนรถที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองเพื่อการทดสอบให้กับกูเกิ้ล

“’มันไม่ใช่การวาดวิมานในอากาศ’” นี่เป็นของจริงที่จับต้องได้และมันก็กำลังจะมา”

“คนทั่วไปกำลังพูดถึงเวลาประมาณ 20 ปี แต่ผมคิดว่าเราจะมีรถแบบนี้ในอีกห้าปีข้างหน้า”

เมื่ออัลฟาเบทประกาศร่วมมือกับเอฟซีเอ รถขับเคลื่อนด้วยตัวเองสำหรับการทดสอบของกูเกิ้ลก็จะเพิ่มขึ้นอีกมากกว่าหนึ่งเท่าตัว (ด้วยรถมินิแวนไฮบริต ไครสเลอร์ แปซิฟิกา นิว 2017 ร้อยคัน) โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีรถดังกล่าวจำนวนหนึ่งออกมาวิ่งตามท้องถนนในปลายปีนี้

การร่วมมือกับเอฟซีเอเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นเป็นครั้งแรกว่ายักษ์ใหญ่ทางด้านอินเตอร์เน็ตที่มีฐานอยู่ในคาลิฟอร์เนียทำงานโดยตรงกับผู้ผลิตรถยนต์เพื่อสร้างรถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

กูเกิ้ลเริ่มทดสอบเทคโนโลยี่รถไร้คนขับในปี 2009 โดยใช้รถโตโยต้าพรีอุสซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทค ถึงตอนนี้กูเกิ้ลมีรถประมาณ 70คัน รวมทั้งเล็กซัสซึ่งกูเกิ้ลเอามาปรับแต่งและรถที่กูเกิ้ลออกแบบเองซึ่งเผยโฉมในปี 2014

ทางด้านผู้ผลิตรถยนต์อื่นๆ รวมทั้งเอาดี้ ฟอร์ด เบ็นซ์ เล็กซัส เทสลาและบีเอ็ม ก็ไม่อยู่เฉย กำลังเติมใส่สมรรถนะในการขับเคลื่อนด้วยตัวเองไว้ในรถของตนเช่นกัน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: Wikimedia commons / Google test car / Lexus RS 450h

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:เด็กห้าขวบถูกโรงเรียนพักการเรียนสิบวันเพราะปืนฉีดฟองสบู่ฮัลโหล คิ๊ตตี้

โรงเรียนอนุบาลสั่งพักการเรียนนักเรียนสิบวันเพราะปืนฉีดฟองสบู่ฮัลโหล คิ๊ตตี้


รูปแทน

โรงเรียนอนุบาลสั่งพักการเรียนนักเรียนสิบวันเพราะเธอขู่จะ "ยิง" เพื่อนด้วยปืนของเล่นฮัลโหล คิ๊ตตี้สีชมพู สำหรับฉีดน้ำฟองสบู่

เด็กหญิงชาวเพนซิลวาเนีย วัย 5 ขวบ – ซึ่งบอกเด็กอีกคนหนึ่งว่า ‘ฉันจะยิงเธอด้วยปืนกระบอกนี้’ ถูกโรงเรียนอนุบาลทำโทษ แต่ปืนกระบอกนี้เป็นปืนเด็กเล่น เอาไว้ฉีดฟองสบู่

การทำโทษคือการสักพักการเรียน ซึ่งในตอนแรกสั่งให้พัก 10 วันแต่ต่อมาลดลงมาเหลือ 2 วัน

ผู้ปกครองของเธอจ้างทนายเพื่อต่อสู้กับการทำโทษครั้งนี้

ทนายโรบิน ฟิคเกอร์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของเขตการศึกษาเมาท์ คาร์เมล กล่าวหาว่าหนูน้อยคนนี้ "เป็นภัยก่อการร้าย" เพราะพูดถึงปืนฉีดฟองสบู่เมื่อวันที่ 10 มกราคมในขณะที่เธอและเด็กที่เธอพูดด้วยกำลังรอรถโรงเรียนให้ไปรับ

ฟิคเกอร์กล่าวว่าตอนนั้นเด็กหญิงคนนี้ไม่ได้ถือปืนอยู่ในมือและไม่เคยยิงปืนจริงเลยสักครั้งเดียว เขากล่าวว่า "เธอเป็นภัยก่อการร้ายน้อยที่สุดในเพนซิลวาเนีย"

ฟิคเกอร์บอกว่าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมาฟังว่าเธอพูดว่ายังไงและสอบถามหนูน้อยเป็นเวลาสามสิบนาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าไม่มีใครแจ้งผู้ปกครองของเด็กว่าจะมีการสอบถามเด็ก แต่พวกเขาเห็นว่าหนูน้อยเป็น "ภัยก่อการร้าย" และสั่งพักการเรียนสิบวัน นอกจากนั้น โรงเรียนก็ยังส่งหนูน้อยไปพบจิตแพทย์เพื่อประเมินสภาพจิตใจ

เมื่อจิตแพทย์บอกว่าเธอไม่เป็นอันตรายต่อคนอื่น เจ้าหน้าที่การศึกษาเขตจึงลดระยะเวลาการพักการเรียนจากสิบวันเป็นสองวัน

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้จะถูกบันทึกไว้ในประวัติของหนูน้อย ฟิคเกอร์ตั้งใจจะให้ลบประวัติตรงนี้ออกและต้องการให้มีการขอโทษเด็ก

ในขณะที่ทนายของเขตการศึกษาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าเจ้าหน้าที่กำลังดูเรื่องนี้อยู่

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2013  แต่สำนักข่าวเอามาลงอีกครั้งซึ่งตรงกับเคสที่เกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

คราวนี้เกิดในโคราโด เด็กอนุบาลอายุ 5 ขวบเช่นกัน เธอถูกพักการเรียนหนึ่งวันเพราะเอาปืนพลาสติกใส สำหรับฉีดฟองสบู่ไปโรงเรียน

เด็กคนนี้เรียนอยู่โรงเรียนอนุบาลเซาท์อีส ในไบร์สตัน เธอเอาของเล่นชิ้นนี้ใส่ไว้ในเป้สะพายหลังแล้วครูเห็น – เหตุเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

โรงเรียนโทรไปหาแม่ของเด็ก บอกให้เธอมารับลูกเพราะลูกของเธอถูกสั่งพักการเรียนหนึ่งวันเนื่องจากเอา “ปืนของเล่น” ไปโรงเรียน

แม่ของเด็กกล่าวว่าเธอเข้าใจแนวคิดของนโยบายที่ไม่มีการยืดหยุ่นเช่นนี้ แต่ในกรณีนี้ พวกเขาก็ควรจะใช้วิจารณญาณมากกว่านี้

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: Wikimedia commons/ Description: Bubble/ Author: Jeff Kubina

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:โจรขโมยปืนใหญ่โบราณ

ของเล็กๆไม่ ของใหญ่ๆเอา

รูปแทน


ขโมยใช้รถกระบะขโมยปืนใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง น้ำหนักหนึ่งตัน เหตุเกิดในคาลิฟอร์เนีย

บ้าเหรอ ใครจะขโมยปืนใหญ่ หนักหนึ่งตัน?

ไม่บ้าหรอก เพราะมี ขโมยสองคนจากนอร์ตเทิร์น คาลิฟอร์เนียมาขโมยมันไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม วันที่มีงานซินโค เดอ มาโย* นะสิ

ปืนใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ขนาดสูงห้าฟุต หล่อจากเหล็กและทองเหลือง กระบอกนี้ตั้งแสดงอยู่ในห้องโถงของอาคารทหารผ่านศึกมาตั้งแต่ปี 1947

ภาพโทรทัศน์วงจรปิดทำให้เห็นชายสองคนใช้คีมตัดเหล็กตัดที่ยึดปืนแล้วลากมันไปใส่รถกระบะ

เมื่อสถานีโทรทัศน์เอาเรื่องปืนใหญ่หายมาออกอากาศ ชายคนหนึ่งก็โทรมาหาตำรวจ เขาบอกว่าเมื่อสองวันก่อนเขาซื้อปืนใหญ่มาในราคา 1200 ดอลลาร์ เขาบอกอีกว่าเขาไม่รู้ว่ามันถูกขโมยมา

และแล้วปืนใหญ่ก็กลับมาตั้งอยู่ในห้องโถงดังเดิม ส่วนตำรวจก็ยังตามหาขโมยรายนี้ต่อไป

*งานฉลองซินโค เดอ มาโย เป็นงานฉลองชัยชนะที่กองทัพแม็กซิโกมีต่อกองทัพฝรั่งเศสใกล้ๆกับเมืองพีเอ็บบลาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1862 –ทั้งๆที่กองทัพแม็กซิโกมีทหารและอาวุธน้อยกว่ากองทัพฝรั่งเศสมาก - ในอดีตนี่เป็นงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ จัดกันทั่วประเทศ แต่ปัจจุบัน จัดกันบ้างประปราย ที่จัดใหญ่ก็มีที่เมืองพีเอ็บบลาและในคาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: pixabay.com


อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:อนาถ ทั้งโรงพักมีปากกาด้ามเดียว ???

ตำรวจให้เด็กกลับบ้านเพราะโรงพักไม่มีปากกา



เด็กนักเรียนวัยรุ่นคนหนึ่งถูกปล้น จึงไปแจ้งความที่โรงพักมิลเนอตัน แต่ดูเหมือนตำรวจจะบอกเธอว่าไม่มีปากกาให้เธอ และให้เธอเอาแบบฟอร์มสำหรับแจ้งความไปกรอกที่บ้าน

เฮย์เลย์ คาลาแฮนแม่ของเด็กนักเรียนคนดังกล่าวกล่าวว่าเมื่อวันอังคาร เธอกลับมาบ้านเพราะ เป็นห่วงลูกสาวเพราะลูกสาวเธอไม่เดินไปดูยาย “ซึ่งอยู่บ้านตรงหัวมุม”ดังเช่นเคย

แล้วเธอก็เห็น แชนนอน ลูกสาววัย 18 ปี “นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับแบบฟอร์มเหล่านั้น”

เฮย์เลย์กล่าวว่า “ฉันถามลูกว่ากำลังทำอะไร ลูกตอบว่าเธอไปโรงพัก แล้วผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งคงเป็นตำรวจ บอกเธอว่าโรงพักมีปากกาด้ามเดียวแล้วเธอก็กำลังใช้อยู่ ลูกฉันจึงควรกลับบ้านไปก่อน”

เมื่อลูกบอกเช่นนี้ เป็นใครๆก็ช็อก เฮย์เลย์จึงโทรไปเล้งที่โรงพัก

“ลูกฉันไม่เคยไปโรงพักหรือกรอกใบแจ้งความ เธอเสียใจจริงๆที่พวกเขาบอกให้เธอเอามันมากรอกที่บ้าน”

เฮย์เลย์อ้างว่าตำรวจเอาแต่ขอโทษขอโพยทางโทรศัพท์ พวกเขาบอกเธอว่ามีคนล็อคตู้เก็บอุปกรณ์ เช่นเครื่องใช้สำนักงาน เอาไว้

“ฉันบอกว่าไม่ต้องมาแก้ตัว คุณจะเอาเอกสารซึ่งต้องยืนยันว่าเป็นความจริงทุกประการให้กับใครไปก็ได้ไม่ได้”

ผู้แทนของตำรวจเวสเทิร์ท เค็ปกล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้” เขาเสริมต่อไปว่าสถานีตำรวจไม่ได้ขาดแคลนเครื่องใช้สำนักงาน

“เจ้าหน้าที่ของเราทุกคนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่จำเป็นเพื่อบริการประชาชนแบบมืออาชีพ”

เว็บไซค์ของตำรวจแถลงว่า ตามปกติจะมีตำรวจนายหนึ่งดูแล เติมอุปกรณ์ทุกชนิดสำหรับการแจ้งเหตุอาชญากรรม ไม่ให้ขาดอยู่แล้ว

ส่วนเหตุการณ์ที่ทำให้แชนนอน ต้องไปโรงพัก เกิดขึ้นเมื่อเธอกำลังเดินไปป้ายรถเมล์บนถนนวีมาสส์ในบรุ๊คลีน

ในขณะที่เธอกำลังจะไปถึงสะพาน ชายคนหนึ่งก็เดินมาขวางทางเธอเอาไว้แล้วเอ่ยปากขอยืมโทรศัพท์

เธอปฏิเสธไปหลายครั้ง เขาจึงเขยิบเข้ามาหาเธอและล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า

แชนนอนกลัวว่าเขาจะมีอาวุธ จึงยื่นโทรศัพท์ให้แล้ววิ่งไปโรงพัก

“ครอบครัวของเราอยู่แถวนี้มาหลายปี โรคพักที่นี่ใหญ่โตและสวยงาม” แต่ชาวบ้านรู้สึกอึดอัดที่มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นเป็นประจำ” เฮย์เลย์กล่าว

“ดูเหมือนการพึ่งกฎหมายจะเป็นหนทางเดียวที่คุณจะได้รับการตอบสนอง ไม่ว่าจะจากตำรวจหรือจากสื่อ เพราะไม่มีใครทำอะไรเลยกับอาชญากรรม” เฮย์เลย์สรุปหลังจากได้รับการแนะนำว่าควรจะเข้าไปพบกับตำรวจระดับสูงของโรงพักเพื่อร้องเรียนอย่างเป็นทางการ

ภาพจากแฟ้ม: เครื่องเขียน

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่



วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:การดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (โดยเฉพาะสาวคนนี้)

การดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (เรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก)



หนุ่มนักศึกษาถูกจับหลังจากหญิงสาวที่เขาจุ๊กกรูด้วยไปแจ้งความว่าเขาเป็นชายอีกคนและข่มขืนเธอ  - เหตุเกิดที่เมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร

หญิงสาวคนหนึ่งกับเพื่อนซี้ไปกินเหล้าในบาร์ เจ้าหล่อนทั้งสองเจอหน้าหนุ่มสองคน พอโอภาปราศรัยและกึ่มๆกันแล้วพวกหล่อนก็เลยตกลงไปต่อที่อพาร์ตเมนต์ของพวกเขา

เมื่อตกลงกันดังนั้น แซม โอเบคเฮ วัย 24 จากเมืองแมนเซสเตอร์ จึงขับรถบีเอ็มของเขาพาสาวๆไปที่อพาร์ตเมนต์ แล้ว แซมก็เล่นผีผ้าห่มกับสาววัย 21 คนนั้น

แต่ระหว่างนั้นแซมก็ชะงักเพราะสาวคนนั้นเริ่มครวญคราง เรียกชื่อเพื่อนของเขา – แซ็ค การ์รีแกน

หญิงสาวคนนั้นกล่าวว่าเธอกำลังวอร์มอัพอยู่กับการ์รีแกนในห้องแล้วเขาก็ขอตัวไปเอายาไวอากร้าในห้องที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ส่วนเธอม่อยหลับไป

เธอเล่าว่าต่อมาผู้ชายคนหนึ่งก็มาปลุกเธอ แล้วบทอัศจรรย์ก็เริ่มขึ้น ซึ่งเธอคิดว่านั่นคงเป็นการ์รีแกน...

แต่เมื่อเธอลูบหัวเขา เธอคิดว่ามันทะแม่งๆ และไม่น่าจะใช่การ์รีแกน

วันรุ่งขึ้น หญิงสาวเล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟังแล้วโทรแจ้งตำรวจ

ในศาล หญิงสาวให้การว่าห้อง “มันมื๊ดมืด” เธอแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครแม้ว่ารูปร่าง เสียงและสีผิวของพวกเขาจะต่างกัน (การ์รีแกนผิวขาวผมทอง แซมผิวดำผมหยิก)

แต่คดีนี้ ศาลตัดสินว่าแซมไม่ผิดหลังจากใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบคอบนานถึง  27  นาที

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่



วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:เรื่องขำๆของโจร ตอน: โจรหัวหมอ

ชายฉกรรจ์จะเอาพริ้นเตอร์ไปคืนห้างฯถูกจับเพราะในเครื่องมีแบงก์ปลอม

รูปแทน


ชายฉกรรจ์หอบหิ้วเครื่องพริ้นเตอร์ไปที่ห้างวอลล์มาร์ท โดยตั้งใจจะเอาไปคืน แต่ถูกตำรวจซิวเพราะในเครื่องมีธนบัตรปลอมใบหนึ่ง

ตำรวจจับชายคนหนึ่งซึ่งเอาพริ้นเตอร์ -  ที่มีธนบัตรปลอมติดอยู่ใบหนึ่ง –  ไปคืนที่ห้างวอลล์มาร์ท หลังจากที่เขาทำมันพังตอนพยายามพิมพ์ธนบัตรใบละร้อยดอลลาร์ใบหนึ่ง

จาราด คารร์ อายุ 37 เดินอย่างองอาจเข้าไปในห้างวอลล์มาร์ทในเลค ฮอลลี่ วิสคอนซิลพร้อมกับพริ้นเตอร์เพื่อจะขอเงินคืน แต่เขาไม่ได้เอาใบเสร็จไปด้วย ห้างจึงไม่คืนเงินให้เขา

แต่คารร์จะเอาให้ได้

พอพนักงานตรวจดูเครื่องพิมพ์เครื่องนั้น พวกเขาก็เห็นแบงก์ปลอม จึงโทรไปแจ้งตำรวจ

ถึงแม้พนักงานจะชี้แจงว่าพวกเขารับสินค้าคืนไม่ได้ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าคารร์ซื้อไปจากห้าง แต่คารร์ก็ยังทู่ซี้ต่อว่าๆห้างฯผิด และไม่ยอมกลับ

นอกจากนั้น เขาก็ยังหัวหมอ พยายามต่อรองกับศูนย์บริการลูกค้าของห้างว่าเขาขอแลกเครื่องที่เขาเอามากับเครื่องใหม่ที่ราคาถูกลงก็ได้ถ้าห้างจะคืนเงินส่วนเกินให้เขาสักนิด

เมื่อตำรวจไปถึงห้างฯและพยายามควบคุมตัวคารร์เพื่อสอบปากคำ แต่คารร์ขัดขืน การยื้อยุดฉุดกระชากจึงเกิดขึ้นที่ศูนย์บริการลูกค้าของห้างฯ

นอกจากจะพบแบงก์ปลอมในเครื่องแล้ว ตำรวจก็ยังพบแบงก์ปลอมใบละร้อยอีกสามใบในตัวของเขา

เขาถูกจับข้อหาพิมพ์และพยายามใช้แบงก์ปลอมและขัดขืนการจับกุม

“คุณหอบหิ้วเครื่องพริ้นเตอร์ไปคืนที่ห้างวอลล์มาร์ท แต่คุณไม่มีใบเสร็จ แล้วในเครื่องก็มีกระดาษที่พิมพ์แบงก์ปลอมเอาไว้ติดอยู่แผ่นหนึ่ง แล้วคุณก็จะบีบบังคับให้เสมียนคืนเงินให้คุณครึ่งหนึ่ง คุณก็ถูกจับนะสิ” ตำรวจกล่าว

“เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าอย่าทำตัวให้เป็นที่สนใจจนเกินไป”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: pixabay

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:รถมอเตอร์ไซค์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองพุ่งชนรถที่กำลังจอดติดไฟแดง

รถไร้คนขับ (ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง)พุ่งชนรถที่กำลังจอดติดไฟแดง

รูปแทน

รถมอเตอร์ไซค์พิกอัพ (ฝรั่งเรียกว่าสามล้อติดพ่วงท้าย) ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง พุ่งชนรถที่กำลังจอดติดไฟแดง

เมื่อกลางสัปดาห์ เพื่อนๆอ่านเรื่องรถที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (รถไร้คนขับ)ไปแล้ว วันนี้เอามาให้อ่านอีกเรื่อง คราวนี้เป็นเรื่องมอเตอร์ไซค์พิกอัพ (รถมอเตอร์ไซค์ที่ต่อกระบะไว้ข้างหลัง เอาไว้ขนส่งสินค้า ย้ายของ บรรทุกสิ้นค้าการเกษตร ฯลฯ)

รถมอเตอร์ไซค์พิกอัพ ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (ไร้คนขับ) พุ่งชนรถที่กำลังจอดติดไฟแดงอยู่กลางสี่แยกห้าคันรวด – เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายนทีจังหวัดเป่าซาน มณฑลยูนาน

เมื่อเวลาสายๆของวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่รถยนต์หลายคันกำลังจอดติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยกใจกลางเมือง ก็มีรถมอเตอร์ไซค์พิกอัพแบบใช้ไฟฟ้าคันหนึ่ง พุ่งมาจากทางด้านขวาของสี่แยก มันชนรถเก๋งที่จอดอยู่หัวแถวของรถที่จอดติดไฟแดงอยู่

พอชนเสร็จ รถมอเตอร์ไซค์อ้อมมาหลังรถคันแรกแล้วแทรกเข้าไปในช่องระหว่างรถคันแรกกับรถคันที่สองที่จอดอยู่ มันชนรถคันที่สอง ก่อนแล่นผ่านหน้ารถคันที่สองไป

พอพ้นจากรถคันที่สอง มันชนกับรถคันที่สามซึ่งจอดเคียงข้างอยู่กับรถคันแรก จากนั้นแทรกเข้าไปในช่องระหว่างรถคันแรกกับคันที่สาม ระหว่างทางก็สะบัดหัวสะบัดหางชนไปด้วย

เมื่อหลุดออกมาจากช่อง รถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวผ่านหน้ารถคันที่สาม แล้วแล่นผ่านสี่แยกไปอีกทาง

ยัง แค่นั้นยังไม่พอ รถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวกลับมาชนรถคันที่สามอีกครั้งก่อนที่จะสิ้นฤทธิ์

ตำรวจท้องที่เปิดเผยว่ารถไร้คนขับคันนี้ไม่ใช่รถทดสอบหรือรถไฮเทคอะไรหรอก มันก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์พิกอัพเอาไว้บรรทุกสินค้าและขับเคลื่อนด้วยแบตเตอร์รี่ธรรมดาๆนี่แหละ แต่ที่มันไม่มีคนขับเพราะคนขับลงไปจากรถ แล้วไม่ได้ดับเครื่อง ไม่ได้ดึงเบรกมือ รถมันก็เลยวิ่งไปชนรถชาวบ้านเขา

ภาพจากแฟ้ม

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่



วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:ผู้โดยสารสาวชกหน้านักบิน

ผู้โดยสารสาวชกหน้านักบิน ทำให้เครื่องดีเลย์ไปเกือบสองชั่วโมง

รูปแทน


สายการบินอีซี่เจ็ทต้องเลื่อนเวลาการขึ้นบินจากบ่ายสองโมงสิบนาที เป็นสี่โมง

เที่ยวบินเที่ยวหนึ่งของอีซี่เจ็ทต้องเลื่อนออกไป และเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งตำรวจให้ไปจับหญิงคนหนึ่งซึ่งชกหน้านักบิน -  เหตุเกิดขึ้นที่สนามบินแมนเชสเตอร์

เมื่อเวลาประมาณบ่ายสองโมงยี่สิบนาทีของวันพุธที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งให้ไปที่สนามบินหลังจากเกิดความไม่สงบขึ้นบนเครื่องบินที่จะต้องออกบินจากแมนเชสเตอร์ไปยังเมืองปาโฟส ในไซปรัส

หญิงสาววัย 25  ปีคนหนึ่งถูกเชิญให้ลงจากเครื่องบินเพราะพฤติกรรมของเธอ

แต่ในขณะที่เธอกำลังถูกนำตัวลงมาจากเครื่อง หญิงสาวคนนั้นก็ทำร้ายกัปตันของเครื่อง

ตำรวจเมืองแมนเชสเตอร์เปิดเผยว่าจับหญิงสาวคนนั้นข้อหาสันนิฐานว่าจะทำร้ายร่างกายผู้อื่น  ตำรวจยังเปิดเผยต่อไปว่าเธอเป็นผู้ต้องหาที่ตำรวจต้องการตัวในคดียาเสพติดอีกด้วย ขณะนี้เธอถูกนำตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

สายการบินออกแถลงการณ์ ยืนยันว่าเป็นคนแจ้งตำรวจให้มาที่ๆเกิดเหตุก่อนเครื่องบินออก “เพื่อจัดการกับผู้โดยสารที่ก่อความไม่สงบ”

“ท้ายที่สุด ผู้โดยสารก็ถูกจับ ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้โดยสารและลูกเรือเป็นสิ่งที่อีซี่เจ็ตให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก” แถลงการณ์ระบุ

“ถึงแม้เหตุการณ์เช่นนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่เราก็ถือว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ เราจะไม่ยอมให้เกิดพฤติกรรมหยาบคายและข่มขู่บนเครื่องและต้องมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”

ตามหมายกำหนดการ เครื่องจะต้องออกจากสนามบินเมื่อเวลา 14.10 น. แต่ในที่สุด ก็ต้องเลื่อนไปออกเวลา 16.00 น.

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีซี่เจ็ทต้องเลื่อนตารางบินเพราะมีผู้โดยสารที่เป็นอันธพาล

เมื่อเดือนเมษายน 2015 เที่ยวบินเที่ยวหนึ่งจำเป็นต้องลงจอดอย่างฉุกเฉินหลังจากผู้โดยสารคนหนึ่งชกพนักงานบนเครื่องจนลงไปกองกับพื้นเพราะหงุดหงิดที่ต้องรอแซนวิชนาน

ขอขอบคุณภาพจาก: pexels

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่



วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:ยิงแสงเลเซอร์จากปากกาใส่เครื่องบิน

ยิงแสงเลเซอร์ใส่เครื่องบิน  - คิดคุกเพราะคึกคะนอง? 

รูปแทน

หนุ่มคนหนึ่งถูกจับติดคุก 21 เดือนเพราะใช้ปากกาเลเซอร์ยิงแสงเลเซอร์ใส่เฮลิคอปเตอร์ตำรวจ

ผู้ต้องหา – ซึ่งถูกจับในคาลิฟอร์เนียเพราะยิงแสงเลเซอร์จากปากกาเลเซอร์ใส่เฮลิคอปเตอร์ตำรวจ - ถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลาหนึ่งปีเก้าเดือน

ในการพิจารณาคดีซึ่งกินเวลาสองวัน บาร์รี่ ลี โบว์เซอร์ยอมรับสารภาพว่ายิงแสงเลเซอร์ใส่เฮลิคอปเตอร์เมื่อต้นปี เขาจึงถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 21 เดือน

ในการพิจารณาคดี ตำรวจให้การว่าเห็นแสงเลเซอร์พุ่งมาจากอาคารหลังหนึ่งในเซ็นทรัล คาลิฟอร์เนีย พวกเขาทำการตรวจสอบหลังจาก “นักบินรู้สึกเหมือนตาบอดไปชั่วขณะ และเกิดอาการเจ็บตาและเคืองตาซึ่งกินเวลาหลายชั่วโมง”

โบว์เซอร์ให้การว่าเขาเพียงแต่ลองปากกาเพื่อดูว่ามันทำงานหรือไม่หลังจากเปลี่ยนแบตเตอร์รี่เข้าไปใหม่

อันตรายจากปากกาเลเซอร์ที่มีต่อเครื่องบินรุนแรงจนอัยการต้องผลักดันให้ศาลลงโทษอย่างหนักเพื่อยับยั้งการกระทำเช่นนี้อย่างจริงจัง ในสหรัฐ ผู้ต้องหาหลายคนถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลาหลายปี รวมทั้งชายคนหนึ่งซึ่งถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลาถึง 14 ปีเพราะยิงแสงเลเซอร์ใส่เครื่องบินสองลำ

โดยทั่วไป หากผู้ต้องหาอุทธรณ์  อย่างมากศาลก็จะพิจารณาว่าระยะเวลาที่ตัดสินให้จำคุกนานเกินไปและลดเวลาลงเท่านั้น

สำหรับตำรวจ การจะจับตัวคนที่ยิงแสงเลเซอร์ใส่เครื่องบินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมันยากที่จะระบุพิกัดที่แน่นอนว่าคนๆนั้นยิงมาจากไหน แต่ส่วนใหญ่ตำรวจจะจับได้เสมอ ยิ่งกับเฮลิคอปเตอร์ การหาตำแหน่งของคนยิงยิ่งง่ายกว่าเพราะเฮลิคอปเตอร์บินอยู่ใกล้พื้นและบินช้ากว่าเครื่องบิน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : pexels

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:เรื่องขำๆของโจร ตอน: ขโมยขี้เซา

ขโมยขี้เซา



ตำรวจเปิดเผยว่าจับขโมยได้ในเลดี้ เลค ฟฃอริด้า หลังจากเข้าไปขโมยเครื่องเพชรและงีบหลับไป

โดโมนิค พิงค์การ์ด อายุ 21 ถูกจับขณะนอนหลับอยู่บนโซฟาในบ้านหลังหนึ่งในวินเนอร์ เซอร์เกิล เจ้าของบ้านมาเห็นเข้า จึงโทรแจ้งตำรวจ

ตำรวจคิดว่าพิงค์การ์ดและเพื่อนชื่อ จูเลี่ยน อีแวนเจลิสต์ งัดประตูหลังเข้าไปในบ้านเมื่อเวลาประมาณ 7.30 น.แล้วหลังจากนั้น พิงค์การ์ดก็หลับอยู่บนโซฟาในขณะอีเวนเจอลิสต์  -  ซึ่งดูเหมือนจะลืมปลุกเพื่อน - หนีไปพร้อมกับทีวีเครื่องหนึ่ง

ตำรวจเปิดเผยว่าพิงค์การ์ดบอกพวกเขาว่าเขาทำงานหนักมาทั้งวันและแค่อยากจะนั่งพักสักครู่ แต่ปรากฏว่าเขาม่อยหลับไป

ตำรวจเปิดเผยต่อไปว่าพวกเขาพบเครื่องประดับมูลค่าประมาณ 500 ดอลลาร์ของเจ้าของบ้านอยู่ในกระเป๋าของพิงค์การ์ด และพบสิ่งของอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านของอีแวนเจอลิสต์

พิงค์การ์และอีแวนเจอลิสต์เจอข้อหาย่องเบาและลักทรัพย์

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: pexels

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก: ขายหัวเราะสไตล์ฝรั่ง

เรื่องขำขันของฝรั่ง

Photo credit: pixabay


ลูกสาวของครูใหญ่

บักจ่อย “ครูใหญ่นี่ทึ่มจริงๆ”
ด.ญ.นาเดียร์ “เธอรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร”
บักจ่อย “อึ๊ ไม่รู้”
ด.ญ.นาเดียร์ “ฉันเป็นลูกสาวของครูใหญ่”
บักจ่อย “แล้วเธอรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร”
ด.ญ.นาเดียร์ “อึ๊”
บักจ่อย “ดี”
ว่าแล้วบักจ่อยก็วิ่งจู๊ดออกไป
ด.ญ.นาเดียร์ ???

ครูอังคณากับลูก

ครูอังคณาอุ้มลูกขึ้นรถเมล์
คนขับรถเมล์ “ฮู้ เด็กคนนี่น่าเกลียดที่สุดที่ผมเคยเห็น”
ครูอังคณาเดือดปุดๆ เธอเดินปึงปังไปนั่งบนเก้าอี้แถวหลังแล้วพูดกับชายที่นั่งอยู่ตรงนั้น
ครูอังคณา “คนขับรถพูดไม่ดีกับฉัน!”
ชายคนนั้น “ไปจัดการกับเขาเลย ผมจะอุ้มลิงตัวนี้ไว้ให้เอง”
ครูอังคณา ???

ถ่มทิ้งเร็ว

ครูอังคณาพานักเรียนออกไปทัศนะศึกษาเพื่อสอนทักษะในการใช้ประสาทสัมผัส เธอเอาสิ่งประทังชีวิตไปด้วยหลายอย่าง
ครูอังคณา “ครูอยากให้พวกเธอหลับตาแล้วชิมของที่ครูจะให้ แล้วบอกครูว่ามันคืออะไร”
นักเรียนสามารถระบุรสชาติของลูกเชอร์รี่ มะนาวและมินต์ได้อย่างง่ายดาย คราวนี้ครูอังคณาเอาลูกกวาด รสน้ำผึ้ง (honey* flavored)ให้นักเรียนชิม
นักเรียนอ้ำอึ้ง
ครูอังคณา “ครูจะบอกใบ้ให้ มันเป็นของที่แม่ของพวกเธออาจจะเรียกพ่อของเธอตลอดเวลา”
เมื่อได้ยินคำใบ้ บักจ่อยรีบถ่มลูกกวาดทิ้งแล้วตะโกนว่า “ถ่มทิ้งเร็ว มันคือฮูดาก (asshole**)
ครูอังคณา ???

*ฝรั่งมักเรียกคนรักว่าฮันนี่ (honey) เสมอ
** Asshole = รูทวาร ไอ้งั่ง ไอ้โง่ ไอ้เลว

บักจ่อยกำลังจะมีน้อง

แม่ “จ่อยแม่กำลังจะมีน้องให้ลูกแล้วนะ”
บักจ่อยดีใจมาก เวลามาโรงเรียน เขาจะบอกกับครูอังคณาทุกวันว่า “ผมกำลังจะมีน้องแล้วครับ”
วันหนึ่ง แม่อุทานว่า “อุ้ย น้องเตะ” แล้วอนุญาตให้บักจ่อยเอามือลูบท้องของเธอ
วันต่อมา เมื่อบักจ่อยมาโรงเรียน เขาไม่พูดอะไรกับครูอังคณา
ครูอังคณาจึงถามว่า “จ่อย เกิดอะไรขึ้นกับน้องของเธอเหรอ”
บักจ่อยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วตอบว่า “ผมคิดว่าแม่กินน้องไปแล้วครับ”
ครูอังคณา ???

ขอขอบคุณภาพจาพจาก: pixabay

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่


วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:เมาไม่ขับก็ถูกจับได้

อุต๊ะ เมาไม่ขับก็ถูกจับได้ มันเป็นจ๊ะได

รูปแทน

สาวสวย วัย 24 จากสเตอลิ่ง ไฮท์ มิชิแกน ถูกจับข้อหาก่อกวน(ข้อหาจิ๊บๆ) หลังจากโทรไป 911 เพื่อให้มารับกลับบ้านเพราะเธอเมาอยู่ในบาร์จนขับรถไม่ไหว

จ่าแอนดี้ ไบรเดนิช ตำรวจเมืองทรอยเปิดเผยว่าอาลาน่า ซิมส์ถูกจับตอนเช้าตรู่หลังจากเมามายได้ที่ที่โจ คูลบาร์ในเมืองทรอย

“เธอโทรไป 911แล้วบอกว่า ‘ฉันอยากให้คนมาพากลับบ้าน’ “ จ่าแอนดี้เล่า

ตำรวจประจำศูนย์บอกเธอว่า 911 เป็นสายด่วนสำหรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย แต่เธอวางหูไปก่อน

“เนื่องจาก 911 เป็นเบอร์สำหรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย แล้วเราก็ไม่รู้ว่าชะตากรรมของเธอกำลังเป็นยังไง เราจึงส่งเจ้าหน้าที่ไปที่เกิดเหตุ และเนื่องจากเบอร์ที่เธอโทรเข้ามาถูกบันทึกเอาไว้ เราจึงโทรกลับไปหาเธอ”

โทรศัพท์ดังไปสองสามครั้งก่อนที่เธอจะรับสาย คราวนี้เธอบอกกับตำรวจประจำศูนย์ว่าเธอเปลี่ยนใจแล้ว ไม่ต้องไปรับเธอแล้ว เธอบอกอีกว่า ถ้าคุณมารับฉันก็คงขอบคุณแต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว ทุกอย่างโอเคซิกาแร็ตแล้ว”

เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ถามว่าทำไมเธอถึงต้องการให้คนไปส่ง เธอตอบว่าเธอเมาจนขับรถไม่ไหว

“ฉันดื่มมากไปหน่อย พอดีฉันรู้จักตำรวจที่สน.สองสามคน ก็เลยโทรไป เผอิญตอนนี้ศูนย์บริการรถแท็กซี่หาคนมารับฉันไม่ได้”

แต่ตอนนั้น เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์แจ้งตำรวจให้เดินทางไปที่บาร์แล้ว

“ทุกครั้งที่มีคนโทรเข้าไปที่หมายเลข 911 เราจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบเพราะ 911 คือเบอร์สำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน คงไม่มีใครคิดว่าเรื่องของเธอเป็นเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือโดยด่วนแน่ๆ ผมว่านะ ถามว่าเธอต้องการให้มีคนมาพากลับบ้านหรือเปล่า แน่นอน เธอต้องการ แต่เธอจำเป็นต้องกลับบ้านอย่างเร่งด่วนหรือเปล่า เปล่าเลย ดังนั้นคุณจึงต้องมองมันในมุมต้องที่ต่างออกไป”

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจอธิบายให้ซิมส์ฟังว่าทำไมเธอจึงไม่ควรโทรไป 911 แล้วจับเธอ

“เราจับเธอข้อหารบกวนการทำงานของตำรวจ ซึ่งเป็นข้อหากว้างๆ เพราะจริงๆแล้วมันคือข้อหาโทรไป 911 ด้วยเรื่องที่ไม่ใช่เหตุด่วนเหตุร้าย”

จ่าแอนดี้กล่าวต่อไปว่า “เราเข้าใจสถานการณ์และเข้าใจคนที่พูดว่า ‘อย่างน้อยเธอก็ไม่เมาแล้วขับ’ แน่นอน เราดีใจที่เธอไม่ขับรถและไม่ไปประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ตัวเองหรือคนอื่นบาดเจ็บ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นใหญ่ในที่นี้ก็คือเธอโทรไป 911 เพื่อหารถกลับบ้านฟรีๆ แล้วที่เธอบอกว่าเธอรู้จักคนที่สน. นั่นก็เป็นการขอความเอื้อเฟื้อส่วนตัว”

จ่ากล่าวว่าตำรวจไม่ได้พยายามที่จะทำให้กรณีของซิมส์เป็นกรณีตัวอย่าง แต่พวกเขาอยากให้คนรู้ว่า 911 เป็นเบอร์สำหรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายจริงๆ – ก็เท่านั้นแหละ

“ถ้าเธอไม่โทรไป 911 และใช้วิธีที่ดีกว่านี้เพื่อหารถกลับบ้าน ก็คงจะมีคนช่วยเธอ เธอจะไปหาเจ้าของบาร์หรือพนักงานในบาร์ก็ได้ พวกเขาคงจะหาทางออกได้ หรือไม่ก็พาเธอไปส่งเอง” จ่าพูด “แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมเสียแรงมากไปกว่าการโทรไปที่ศูนย์บริการรถแท็กซี่สองแห่ง แล้วพอเขาไม่มีโชเฟอร์ที่จะมารับเธอ เธอก็เลยโทร 911 เพื่อขอให้มารับไปส่งบ้าน”

ขอขอบคุณภาพจาก: pexels

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่



วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก: รถแห่งโลกอนาคต 2

รถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (รถไร้คนขับ)

Google self driven car

เพื่อนๆคงสงสัยว่าอยู่ดีๆเอาเรื่องรถไร้คนขับมาให้อ่านทำไม แหม ก็ต้องทำตัวอินเทรนหน่อย เพราะตอนนี้โทรทัศน์ช่องหลายสีเริ่มเอาซีรี่ย์เรื่องชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (descendent of the sun) มาออกอากาศ วันนี้ดูเหมือนจะเป็นตอนที่สองมั้ง?

แล้วตอนหนึ่งในซีรี่ย์เรื่องนี้ มีฉากที่พระรองกับนางรอง (ความจริงก็พระเอกกับนางเอกอีกคู่หนึ่งนั่นแหละ) นั่งรถมาด้วยกัน (คงเป็นรถเกาหลี จำไม่ค่อยได้แล้ว) แล้วพระรองก็กดปุ่มอะไรสักอย่างให้รถวิ่งไปแล้วหันมาทำตาเยิ้มและจูบกับนางรองอย่างดูดดื่ม – น่าทึ่งมั้ย

ซี่รี่ย์สนุก จัดแสงดีมาก พระเอกหล่อ (หล่อขนาดสาวๆในเมืองไทยอยากให้พระเอกผูกเชือกรองเท้าให้นั่นแหละ) นางเอกสวย มีฉากบู๊ ครบทุกรส

มาเข้าเรื่องรถกันดีกว่า -

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว รถทดสอบของกูเกิ้ลถูกตำรวจเรียกให้จอดเพราะขับช้ากว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมาย 10 ไมล์ เหตุเกิดในเมาท์เทน วิว ซิลิคอน วัลเลย์

ในบล็อก กูเกิ้ล พลัส กูเกิ้ลโพสต์รูปที่สายตรวจจักรยานยนต์เรียกให้รถไร้คนขับของตนให้จอดแล้วตักเตือนคนในรถ

เมื่อโบกให้รถทดสอบจอดจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตำรวจก็ลงไปคุยกับเจ้าหน้าที่ๆนั่งอยู่ในรถว่ากำลังกีดขวางการจราจร (ในการทดสอบรถแบบไร้คนขับ จะมีช่างเทคนิคนั่งไปกับรถ เผื่อจะเกิดอุบัติเหตุหรือจำเป็นจะต้องเข้ามาควบคุมรถ)

หลังเกิดเหตุ กูเกิ้ลเอารูปมาลงในกูเกิ้ล พลัส และบรรยายว่า “ขับช้าไป? เราไม่ค่อยเห็นตำรวจเรียกคนให้จอดเพราะขับช้าบ่อยนัก”

กูเกิ้ลตั้งความเร็วของรถแบบไร้คนขับไว้ที่ 25 ไมล์/ชั่วโมง (40 กม/ชม.) เพื่อความปลอดภัย

ในขณะเดียวกันตำรวจก็ออกมาแถลงว่า “...เมื่อตำรวจเข้าไปใกล้รถคันนี้ จึงพบว่ามันเป็นรถไร้คนขับของกูเกิ้ล ในกรณีนี้ มันจึงไม่ผิดกฎหมายที่มันจะออกมาวิ่งบนถนน”

กฎหมายในคาลิฟอร์เนียอนุญาตให้รถแบบไร้คนขับออกมาวิ่งบนถนนได้ด้วยความเร็วสูงสุด 35 ไมล์/ชั่วโมง (56กม/ชม.) หรือช้ากว่านั้น

ส่วนเหตุผลที่ต้องมีเจ้าหน้าที่นั่งไปกับรถก็คือ “เราอยากให้มันเป็นมิตร ใครๆก็กล้าเข้าใกล้ ไม่ใช่เอาแต่แอบมองอยู่ไกลๆด้วยความกลัว”

“หลังจากทดสอบไป 1.2 ล้านไมล์ (ถ้าใช้คนขับก็จะใช้เวลา 90 ปีโดยประมาณ) เรามีความภาคภูมิใจที่จะพูดว่าเราไม่เคยได้รับใบสั่งเลยแม้แต่ใบเดียว”

อย่างไรก็ดี เมื่อต้นปีที่แล้ว กูเกิ้ลออกมายอมรับว่ารถแบบไร้คนขับของตนถูกชน “บ่อยจนน่าแปลกใจ” แล้วนำภาพจำลองของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้มาเผยแพร่

ภาพจำลองแสดงให้เห็นรถเล็กซัสแบบไร้คนขับกำลังจอดอยู่ตรงสี่แยกใกล้ๆกับสำนักงานใหญ่ของกูเกิ้ลแล้วถูกรถที่แล่นตามหลังมาชนท้าย

“พอเราจอด รถคันหนึ่งก็ชนท้ายเราด้วยความเร็ว 17 ไมล์/ชั่วโมง คนขับรถคันนั้นไม่แตะเบรกเสียด้วยซ้ำ” เจ้าหน้าที่ของกูเกิ้ลคนหนึ่งกล่าว

กูเกิ้ลกล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พนักงานทั้งสามคนที่อยู่บนรถมีอาการเคล็ดขัดยอก พวกเขาไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลและถูกปล่อยตัวให้กลับมาทำงานตามปกติ

ส่วนคนขับรถที่ขับมาชนท้ายก็บ่นว่าปวดต้นคอและหลัง

(หมายเหตุ: ความจริงรถที่ไม่ต้องมีคนขับก็อาจจะอยู่ไม่ไกลนักเพราะตอนนี้เรามีกูเกิ้ลแม็ป มีระบบเนวิเกเตอร์ มีระบบเบรกฉุกเฉิน มีระบบหมุนพวงมาลัยแบบกึ่งโอโต มีระบบครูซคอนโทรล มีระบบเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (จากเรื่องที่ลงเมื่อวาน) ฯลฯ แค่ทำการเชื่อมต่อระบบต่างๆเข้าด้วยกันก็น่าจะเวิร์คแล้ว ใช่มั้ย...ฟังดูง่ายดีเน้อ)

ขอขอบคุณภาพจาก: Wikipedia Commons /Google  self driven car at the Googleplex

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก: รถแห่งโลกอนาคต

รถขับเคลื่อนด้วยตัวเองอยู่ไม่ไกลเกินฝัน

รูปแทน

ในขณะที่เรากำลังรอให้กูเกิ้ล หรือแอ๊ปเปิ้ลผลิต ‘โรบ็อตเคลื่อนที่’ ที่จะทำให้คนขับถูกตัดออกไป ผู้ผลิตรถแบบเดิมๆก็เอาเทคโนโลยีใหม่ๆที่น่าสนใจมาใส่ในรถของตนอย่างเงียบๆ ทำให้รถในยุคปัจจุบันก็เจ๋งเช่นกัน

เมื่อเร็วๆนี้หน่วยงานของรัฐบาลซึ่งดูแลด้านรถยนต์ก็เพิ่งออกมาประกาศว่าผู้ผลิตรถใหญ่ๆทุกรายตกลงที่จะติดตั้งระบบเบรกเออีบี (AEB = automatic emergency braking system = เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถทุกรุ่นในปี 2022

เป็นที่รู้กันว่าระบบเบรกเออีบี เป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (รถอัตโนมัติ) และในปัจจุบัน รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาเหนือประมาณ 3% ติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้ไปแล้ว ส่วนรถที่ผลิตในยุโรปติดตั้งไปมากกว่า 3%  คาดกันว่า รถที่ติดตั้งระบบนี้จะเพิ่มสูงกว่า 3% อย่างรวดเร็ว

ระบบเบรกเออีบีจะทำงานเมื่อเซ็นเซอร์พบว่ารถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป โดยคำนวณจากพื้นฐานของความเร็วของรถคันหน้าและคันหลัง

เมื่อเซ็นเซอร์พบว่ารถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป มันจะส่งเสียงบี๊บๆหรือสัญญาณเตือนภัยอื่นๆมาบอกคนขับ ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้น คนขับไม่ทำอะไรเลย คอมพิวเตอร์จะเข้ามาควบคุมการทำงาน และจะเบรก - หนักเบาเท่าที่จำเป็น - เพื่อป้องกันการชน ระบบส่วนใหญ่ที่ใช้ในปัจจุบันจะหยุดรถเมื่อรถแล่นด้วยความเร็วต่ำกว่า 35 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือประมาณนั้น แต่มันคงทำงานในความเร็วที่สูงกว่านี้เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น

นอกจากนี้ ในปัจจุบันก็ยังมีระบบอัตโนมัติอื่นๆที่ติดมากับรถ เช่นระบบเตือนการเปลี่ยนเลนซึ่งจะเตือนคนขับว่าคุณกำลังขับเข้าไปในเลนของคนอื่น และระบบอีเลคโทรนิคมอนิเตอริ่ง โดยระบบนี้จะเห็นรถที่คนขับอาจจะมองไม่เห็นจากจุดอับสายตาในกระจกมองหลัง ระบบทั้งสองจะเตือนคนขับว่ารถอยู่ในสภาวะที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุ

เบ็นซ์ บีเอ็ม อินฟินิติ (บริษัทลูกของนิสสัน) เทสล่า (รถที่ขับเคลื่อนดัวยพลังงานไฟฟ้า) มีระบบพวงมาลัยกึ่งอัตโนมัติ (limited forms of automated steering) เป็นออฟชั่น ส่วนคาดิแลค (ของจีเอ็ม) จะมีฟิเจอร์ใหม่เรียกว่า “ซูเปอร์ครูซ” ซึ่งจะทำให้คนขับสามารถปล่อยมือจากพวกมาลัยและยกเท้าออกจากคันเร่งตอนใช้ระบบครูซคอนโทรลบนไฮเวย์

แต่ในสภาพถนนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คงจะยังอีกนานกว่าระบบเหล่านี้จะทำให้รถขับเคลื่อนด้วยตัวเองจากจุดเอไปยังจุดบีโดยไม่มีอินพุดจากคน มันคงต้องใช้เวลาอีกหนึ่งหรือสองทศวรรษกว่าจะมีรถที่สามารถขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เทคโนโลยีที่กำลังจะมาในเร็วๆหรือที่กำลังแพร่หลายอยู่ในขณะนี้จะทำให้รถหลายยี่ห้อกลายเป็นรถกึ่งอัตโนมัติและช่วยทำให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะโดยทั่วไป คอมพิวเตอร์จะควบคุมรถได้ดีกว่าคน

บรรดานักเลงรถอาจคร่ำครวญเมื่อเห็นว่ามันเหมือนกับโรบ๊อตกำลังเข้ามายึดครองรถ แต่การนำเทคโนโลยี – มาทำงานแทนบางสิ่งบางอย่างที่มนุษย์ต้องทำในตอนนี้ – มาใช้ก็ดีและมีความสำคัญไม่น้อย หนึ่งในนั้นก็คือดีสำหรับคนขับรถที่อายุมาก เพราะเทคโนโลยี – ซึ่งสามารถลดความผิดพลาดของมนุษย์ - อาจทำให้คนขับที่อายุมากขับรถได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นภัยต่อตัวเองและคนอื่นน้อยลง

นอกจากนั้นผู้ปกครองหลายๆคนก็อาจจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อรถที่สามารถตัดสินใจแทนการตัดสินใจผิดๆของนักซิ่งวัยรุ่น โดยจะหมุนพวงมาลัยและแตะเบรก พาพวกเขากลับมายังจุดที่ปลอดภัย

สำหรับบริษัทเทคโนโลยี - ซึ่งน่าจะเป็นคนปฏิวัติวงการรถยนต์ – นั้น พวกเขายังตามหลังผู้ผลิตรถยนต์หน้าเก่าอีกไกล...ไกลเกินกว่าคนทั่วไปจะรู้ ถึงแม้แอ๊ปเปิ้ลและกูเกิ้ลจะมีแผนกรถยนต์และมีพนักงานไม่น้อย แต่ก็ไม่แน่ว่าบริษัททั้งสองจะสร้างรถยนต์ พวกเขาน่าจะเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อและพยายามขายให้กับผู้ผลิตรถยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โปรแกรมดังกล่าวอาจมีฟีเจอร์สำหรับขับเคลื่อนรถอัตโนมัติรวมอยู่ด้วย

สรุปว่าถึงแม้จะไม่มีแอ๊ปเปิลหรือกูเกิ้ล รถขับเคลื่อนอัตโนมัติก็จะมาแน่...เพราะตอนนี้โรบ๊อตมีอยู่ทุกแห่ง

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: Wikimedia commons / infiniti M56S / by IFCAR

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:เรื่องขำๆของโจร ตอน: ทำบัตรตกไว้ให้เหยื่อดูต่างหน้า

มอบยาแล้วรูดทรัพย์



นังวายร้ายจากนอร์ท โคโรไลน่าถูกจับข้อหารูดทรัพย์

บรีตตานี่ นิโคล ฮับบาร์ด ถูกจับเพราะเป็นผู้ต้องสงสัยว่าหิ้วผู้ชายจากบาร์ไปรูดทรัพย์เขาหลังจากที่เขาม่อยหลับไปในบ้านของตัวเอง

สาวสวยจากนอร์ท คาโรไลน่า ซึ่งถูกกล่าวหามอมยาแล้วรูดทรัพย์ผู้ชายคนหนึ่งที่เจอกันในบาร์ ถูกตำรวจจับได้แล้วเพราะเธอลืมเอกสารสำคัญเอาไว้ให้เหยื่อดูต่างหน้า

เมื่อเวลาเที่ยงคืนสี่สิบแปดนาทีของวันที่ 1 ตุลาคม บรีตตานี่ นิโคล ฮับบาร์ดเจอกับเหยื่อที่บาร์บลู ไมอามี่ ในฟอร์ท ลอร์เดอร์เดล ข่าวไม่ได้รายงานว่าเหยื่อหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เขาคงใส่เฟอร์นิเจอร์เพียบ

คนทั้งสองสบตากันแล้วความสัมพันธ์ก็พัฒนาขึ้น พวกเขาดื่มกันสองสามแก้ว เธอบอกเขาว่าเธอชื่อ “โอลีเวีย”

จากนั้น เพื่อนของเหยื่อก็พาเหยื่อและเธอมาส่งที่บ้านของผุ้เสียหาย

เหยื่อให้การกับตำรวจว่าพวกเขาดื่มกันต่อในห้องนอนของเขา ระหว่างนั้นโอลีเวียก็นวดให้เขา พวกเขาดื่มไปนวดไปจนถึงประมาณตีหนึ่งครึ่ง เขาจำได้ว่าเครื่องดื่มแก้วหนึ่งมีรสชาติตลกๆ จากนั้นเธอก็ออกไปจากห้อง ส่วนเขาก็ม่อยหลับไป

เขาตื่นขึ้นมาตอนหกโมงครึ่งแล้วพบว่าโอลิเวียหายไปแล้วพร้อมกับเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่า 5280 ดอลลาร์

ของที่หายไปก็มีนาฬิกาหรูหนึ่งเรือน มีแล็ปท็อปหนึ่งเครื่อง มีโทรศัพท์มือถือและเงินสดอีก 180 เหรียญ

เพื่อนที่พาเหยื่อและโอลีเวียไปส่งที่บ้านโทรมาหาเหยื่อในเวลาต่อมา เขาบอกว่าเขาเจอใบขับขี่และบัตรเดบิทของฮับบาร์ดซึ่งออกให้ที่นอร์ท คาโรไลน่าในรถ

เหยื่อระบุตัวของฮับบาร์ดจากภาพถ่ายได้อย่างถูกต้อง

ฮับบาร์ดถูกจับตามหมายจับเมื่อวันที่ 17 เมษายน ในไอร์เดลล์ เคาน์ตี้ นอร์ท คาโรไลน่า สำนักงานนายอำเภอเมืองโบรวาร์ดเอาตัวเธอกลับมาที่เมืองโบรวาร์ดเมื่อวันจันทร์ แล้วเธอก็ประกันตัวออกไปในวันอังคาร

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: pexels

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก: เรื่องขำๆของโจร ตอน: ขโมยอ่านหนังสือไม่ออก

๑ ขโมยอ่านหนังสือไม่ออก

รูปแทน


ถ้าหัวขโมยเป็นเหมือนนายคนนี้  บริษัท รปภ.คงเจ๊งกันหมด

เมื่อเจอปัญหากล้วยๆ –  เช่นประตู – นักย่องเบามือใหม่ ซึ่งพยายามจะงัดเข้าไปในบาร์ในชิกาโก ก็ทำอะไรไม่ถูกเอาเสียงั้น

เขาดึง ดึง และพยายามอย่างสุดแรงเกิดเป็นเวลาเจ็ดนาทีเต็มๆ – ทั้งๆที่ประตูก็ไม่ได้ล็อค -  แต่ไม่ว่าจะดึงยังไง ประตูก็ไม่เปิด

เพราะประตูบานนี้ต้องดัน!!!

ในวีดีโอ ขโมยคนนี้ตัดสายยูที่คล้องอยู่ที่ประตูหน้าร้านไปแล้วและเปิดล็อคประตูไปแล้วเช่นกัน

“ถ้าดูในวีดีโอ มันตลกกว่านี้ ดูจากภาพนิ่ง จะเห็นว่าเขากำลังดึงประตู” โจ ลิม เจ้าของร้านชามเบิล ซึ่งเป็นเป้าหมายของขโมยกล่าว “เขาควรจะดันมัน”

ในซีนในวีดีโอ ที่เหมือนตัดออกมาจากหนังเรื่องสามเกลอหัวแข็ง จะเห็นว่าบนประตูมีสติ๊กเกอร์คำว่า ‘ดัน’ ติดอยู่อย่างชัดเจน

๒ โดนซิวหลังจากโทรไป 911 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หญิงคนหนึ่งถูกจับหลังจากโทรไป 911 เพื่อให้มาจับญาติของเธอ เหตุเกิดที่เมืองเกลมองต์ รัฐฟลอริด้า

เมื่อวันอังคารสัปดาห์ที่แล้ว นายอำเภอเมืองเลค เคาน์ตี้ได้รับโทรศัพท์จากบ้านหลังหนึ่งที่เพทรูส์ เลน

เมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ เอลิซาเบต เดบบี้ โลเปซ ก็ร้องเรียนว่าญาติของเธอมายุ่งกับกระเป๋าสตางค์ของเธอ ในกระเป๋ามีบัตรเครดิตอยู่ข้างใน แล้วไม่ได้วางเอาไว้ที่เดิม เธอจึงอยากให้ตำรวจจับญาติของเธอ

ตำรวจบอกโลเปซว่านี่ไม่ใช่คดีอาญา เป็นคดีแพ่ง ต้องไปฟ้องร้องกันเอง

แต่โลเปซไม่ฟัง เธอขู่ว่าจะโทรไป 911ถ้าตำรวจไม่จับญาติของเธอ

ตำรวจบอกโลเปซว่าพวกเขาชี้แจงจบแล้ว และจะเดินทางกลับ แต่ไม่ทันจะลับหลัง โลเปซก็โทรไป 911 ตำรวจก็เลยจับเธอด้วยข้อหาโทรไปก่อกวนตำรวจ

โลเปซถูกปล่อยตัวไปหลังจากวางเงินประกัน  500 ดอลลาร์

ภาพประกอบจากแฟ้ม

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่



วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:นักท่องเที่ยวระวังถูกปรับเพราะดื่มน้ำบนเกาะอีบีซ่า

อังกฤษเตือนนักท่องเที่ยวระวังถูกปรับ





หน้าร้อนนี้ นักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวเกาะอีบีซ่า ประเทศสเปนอาจถูกปรับ  750 ยูโรถ้าดื่มน้ำ – ถึงแม้จะเป็นน้ำเปล่า  - ตามถนน

สภาท้องถิ่นของซาน อันโตนิโอกำลังพิจารณาออกกฎหมายเพื่อทำให้ตำรวจควบคุมการดื่มได้ง่ายขึ้น

สมาชิกสภาเมืองซาน อันโตนิโอคนหนึ่งเปิดเผยว่า “มันยากที่ตำรวจจะแยกแยะว่าคนกำลังดื่มน้ำ ดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำอัดลม จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายห้ามการดื่มทั้งหมด”

“แน่นอน ทุกคนยังดื่มเครื่องดื่มบนระเบียงของร้านอาหารหรือของบาร์ได้ แต่จะเอาเครื่องดื่มออกมานอกร้านไม่ได้”

มีคนแย้งว่ากฎหมายฉบับนี้อาจทำให้คนจำนวนหนึ่งเกิดสภาวะขาดน้ำเพราะอุณหภูมิในฤดูร้อนอาจร้อนจนตับแตกได้

ข่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคป๊อปปูลาร์ ปาร์ตี้คนหนึ่งกล่าวว่า “มันเป็นไปไม่ได้ และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เราพร้อมที่จะอภิปรายเพื่อแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นบางมาตราแต่ไม่ใช่เรื่องนี้แน่”

ในขณะเดียวกัน คนท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าวว่า “คุณออกจากบ้าน ในเวลาที่อากาศร้อนแบบไม่ปรานีปราศรัย โดยไม่ถือน้ำติดไม้ติดมือไปสักขวดไม่ได้หรอก เพราะมันอาจมีคนตายได้”

กฎหมายฉบับนี้ยังต้องผ่านการอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อไป แต่ดูเหมือนมันจะลื่นปรี๊ดๆ ไปอย่างสะดวกโยธิน

คนที่ทำผิดจะถูกปรับ 750 ยูโรและอาจเพิ่มสูงถึง 3000 ยูโรถ้าทำผิดร้ายแรงหรือทำผิดซ้ำๆ

หมายเหตุ - อีบีซา เป็นเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อยู่ห่างจากเมืองบาเลนเซีย 79 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของหมู่เกาะแบลีแอริก และเป็นเขตปกครองตนเอง

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : Wikimedia Commons  /photo descript:  sea view, Ibiza Spain / author Athinaf

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:เรื่องตลกๆของโจร ตอน แพ้อุปกรณ์ไฮเทค

โจรแพ้อุปกรณ์ไฮเทค?


รูปแทน

เพียงไม่กี่วันตำรวจใช้เทคโนโลยี่ของอินเตอร์เน็ตปิดคดีได้สองคดี

คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วเมื่อตำรวจใช้ฟิเจอร์ ออนสตาร์ ที่ติดอยู่ในรถเช่าติดตามตัวและจับกุม นอนเตอเรส คริสโตเฟอร์ ฮอลลีส ชาวเมืองฮอว์โทม ได้โดยละม่อม

ตำรวจแถลงว่าฮอลลีสขโมยรถเชฟโรเลท อิมพาลาของบริษัทให้เช่ารถเอวิสที่เขาทำงานอยู่แล้วขับไปปล้นร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยใช้ปืนขู่แคชเชียร์อย่างอุกอาจ

ตำรวจรู้การเคลื่อนไหวของฮอลลีสจากกล้องซีซีทีวีและระบบออนสตาร์บนรถเช่าที่ฮอลลีสเอามาใช้

เขาถูกตำรวจตั้งข้อหาปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน

คดีที่สองเกิดขึ้นในเมืองเกรนวิลล์ เมื่อเวลา 8.30น.ของวันศุกร์ที่ผ่านมา

ในขณะที่คุณแม่อธิการของโบสถ์ยูไนเต็ม เชิร์ซในเมืองเกรนวิลล์กำลังอยู่ในโบสถ์ คุณแม่ได้ยินเสียงเปิดปิดประตู เมื่อคุณแม่เดินไปดู ท่านเห็นชายคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีไป

ลูกจ้างคนอื่นๆที่มาทำงานเห็นชายคนนั้นเข้าไปในรถบูอิคสีแดงที่จอดอยู่ในลานจอดรถของโบสถ์แล้วขับออกไป

เมื่อรู้ว่าเตาอบไมโครเวฟและโทรศัพท์ไอโฟนหายไป พวกเขาจึงโทรไปแจ้งตำรวจ

เพราะโทรศัพท์ที่ถูกขโมยไปติดตั้งแอป “ฟายด์ มาย ไอโฟน” ตำรวจจึงรู้ว่าโทรศัพท์อยู่ที่ไหน (แอปสำหรับตามหาโทรศัพท์มีหลายแอป เช่น ฟายด์ มาย แอนดรอยด์, ฟายด์ มาย ลอสท์ โฟน ฯลฯ ถ้าจำไม่ผิดโหลดฟรีนะ)

ตำรวจจึงรุดไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าว เมื่อไปถึง พวกเขาเจอรถบูอิคสีแดงและชายที่ตรงกับรูปพรรณสัญฐานที่พยานระบุว่าเห็นที่โบสถ์เมื่อเช้า

ชายคนนั้นชื่อคริสโตเฟอร์ แอล ดูแคน อายุ 34 เป็นชาวเมืองเกรนวิลล์ และพบไอโฟนที่ถูกขโมยมาอยู่ในรถให้ตำรวจเห็นตำตา

เจ้านายของดูแคนบอกตำรวจว่าก่อนหน้านี้ดูแคนก็จะเอาเตาอบมือสองมาขายให้เขา

เมื่อตำรวจจับดูแคน ตำรวจพบกุญแจโบสถ์พวงหนึ่ง เขาถูกตั้งข้อหาย่องเบา ลักเล็กขโมยน้อย ตำรวจตั้งเงินประกันไว้ที่ 57500 ดอลลาร์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาดูแคนก็ยังอยู่ในคุก

ภาพประกอบจากแฟ้ม

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ข่าวแปลก:แม่เจ้า หนุ่มเมา ขับรถชนเฮลิคอปเตอร์

หนุ่มเมาขับรถชนเฮลิคอปเตอร์

รูปแทน


เฮลิคอปเตอร์รับส่งผู้ป่วยลำหนึ่งถูกรถชนขณะกำลังจะพาชายเดินถนนคนหนึ่ง ซึ่งถูกรถชน ไปส่งโรงพยาบาล

แหล่งข่าวจากตำรวจทางหลวงฟลอริด้าเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณตีสองของวันที่ 26 เมษายน
เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวกำลังจอดอยู่กลางไฮเวย์หมายเลข 192 เพื่อรับตัวคนเจ็บ

ขณะลงจอด มีรถฉุกเฉินหลายคันจอดขวางทางเอาไว้เพื่อไม่ให้รถคันอื่นเข้าไปถึงเฮลิคอปเตอร์ แต่รถคันนั้นก็ขับอ้อมมันไปได้

จากนั้น  ก็ไปชนกับใบพัดส่วนหางของเฮลิคอปเตอร์ ทำให้เครื่องบินเสียหายจนต้องลากออกไป

ในรายงานการจับกุม หนุ่มนักซิ่งรายนี้ชื่อคาเมรอน ซันเดอร์ลี่ อายุ 20 เขาบอกกับตำรวจว่าเพิ่งไปกินข้าวที่ร้านร้านอาหารแห่งหนึ่งและกำลังจะกลับบ้าน โดยมีเพื่อนนั่งรถกลับมาด้วย

โชคดีที่หนุ่มน้อยนักซิ่งและเพื่อนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ตำรวจเปิดเผยต่อไปว่า เมื่อตำรวจสอบปากคำเพื่อนของคาเมรอน เขา “งงมากว่ามาจากทางไหนและกำลังจะไปทางไหน นอกจากนั้น เขาก็เหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลา”

เมื่อไปสอบปากคำซันเดอร์ลี่ ตำรวจบอกว่า”ได้กลิ่นละมุดหึ่งไปหมด”

ซันเดอร์ลี่ปฏิเสธที่จะให้ปากคำใดๆ แต่ยอมให้ตรวจสภาพว่าเมาหรือไม่

ตำรวจกล่าวว่าเ้มื่อให้ซันเดอร์ลี่ยืนตัวตรง เขายืนโงนเงนไปมาแล้วพอถึงจุดหนึ่งก็ขอโทษ “สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น”

หลังจากนั้น เขาบอกกับตำรวจว่า “ผมขอบคุณมากจริงๆที่เอาคนแบบผมออกไปให้ไกลจากถนน”

ซันเดอร์ลี่ถูกจับหลังเกิดอุบัติเหตุไปแล้วสองชั่วโมง เมื่อถูกนำตัวไปฝากขังไว้ที่เรือนจำออเร้นจ์ เคาน์ตี้ ซันเดอร์ลี่จึงยอมให้ตรวจแอลกอฮอล์

เขาเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ .18 มากกว่าสองเท่าที่กฎหมายในฟลอริด้ากำหนด

ส่วนคนที่ประสบอุบัติเหตุก่อนเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้คือโดนัล เวียเธอร์บี เขาได้รับปาดเจ็บสาหัสและมีรถพยาบาลมานำตัวไปส่งโรงพยาบาลต่อไปแล้ว

โดนัลถูกรถจี๊ป -  ซึ่งคนขับเป็นหญิงสาววัย 20 - ชนในขณะที่กำลังข้ามถนนใกล้ๆกับทางแยกใกล้กับดีส นีย์ เวิร์ด

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก:pexels

อ่านข่าวแปลกได้เป็นประจำที่นี่