วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เด็กอายุ 7 และ 11 ขวบพยายามปล้นโดยใช้อาวุธ

เด็กน้อยชาวโอเรกอนอายุ 7 ขวบและ 11 ขวบพยายามปล้นโดยใช้อาวุธ


Photo credit: Pixabay.com


เด็กชายสองคน คนหนึ่งอายุ 7 ขวบอีกคนหนึ่งอายุ 11 ขวบถูกกล่าวหาว่าพยายามปล้น – ตำรวจเปิดเผย

เมื่อตำรวจเจอพวกเด็กๆในลานจอดรถของโบสต์ พวกเขาเจอปืนพกขนาด .22 บรรจุกระสุนแล้วในตัวของเด็กคนโต ตอนนี้พวกเขากำลังสืบว่าเด็กได้ปืนมายังไง

ตำรวจเมืองพอร์ทแลนด์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า พอเจอเด็ก พวกเขาพูดว่า

“ไอ้หนู คนโตนั่นแหละ เอามือออกมาจากกระเป๋า"
แต่เด็กไม่ฟังและพยายามจะล้วงมือลงไป ตำรวจจึงจับแขนเขาเอาไว้ 

ในการตรวจค้น ตำรวจพบปืนพกขนาด .22 ในกระเป๋า” 

พวกเด็กๆถูกตั้งข้อหาพยายามปล้นรถของผู้เสียหายเพศหญิงวัย 22 คนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งรอพ่อแม่พี่น้องที่มาโบสต์อยู่ในรถกระบะ

หญิงสาวคนนี้กล่าวว่าพวกเด็กๆขู่จะเอาเงินและโทรศัพท์มือถือของเธอ เด็กคนเล็กบอกกับเด็กคนโตว่า ‘เอาปืนออกมาให้มันดูสิ’

“ผู้เสียหายไม่ยอมให้อะไรกับเด็กๆ และขับรถออกไปโทรแจ้ง 911 ในขณะที่เธอออกรถเธอเห็นเด็กคนโตชักปืนออกมาจากกระเป๋า”

เมื่อได้รับแจ้งว่ามีคนเห็นเด็กถือปืน ตำรวจจึงมาที่ๆเกิดเหตุ พวกเด็กๆพยายามวิ่งหนีเมื่อตำรวจไปถึง

พวกเด็กๆถูกพาตัวไปส่งที่บ้าน แต่เด็กคนโตพยายามที่จะหนีออกมาอีก ตำรวจจับเขาได้อีกในเวลาต่อมา

ข่าวนี้ไม่มีบทสรุป และเกืดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว

ทิป: ปืนสั้น หรือ ปืนพก คือปืนที่สามารถถือยิงได้ด้วยมือเดียว แต่โดยมากเรียกรวมกันว่าปืนสั้น มีสองชนิดแบ่งตามลักษณะของการเก็บกระสุน ได้แก่ ลูกโม่ (revolver) และแบบที่มีการเก็บกระสุนต่อรวมเข้ากับลำกล้อง (pistol) ซึ่งยังจำแนกต่อไปได้อีก
นอกจากนี้แล้ว ปืนสั้นยังหมายรวมถึงปืนสั้นยิงทีละนัด (single-shot pistols) ปืนลูกโม่ ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ (semi-automatic pistols) และปืนสั้นอัตโนมัติ (machine pistols) (ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

ขอขอบคุณภาพจาก: Pixabay.com


อ่านข่าวแปลกได้ที่นี่ทุกวัน

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

หนุ่มใหญ่ฟ้องคนรักเก่าเพราะต้องทำการบ้านวันละหกครั้ง

หนุ่มใหญ่ฟ้องคนรักเก่าที่บังคับให้เขาทำการบ้านวันละหกครั้ง

ขา / ภาพจากแฟ้ม

ชายฉกรรจ์ชาวบอสเนียฟ้องคนรักเก่า โดยอ้างว่าเธอบังคับให้เขาทำการบ้านเพื่อจะได้มีลูกที่มียีนส์ของคนยุโรป เขาเรียกร้องเงินชดเชย 600,000 ริงกิต

นายหมดแรง (นามสมมุติ) วัย 41 ปีคนนี้ (ตอนนี้คง 43 เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2013) เข้ามาอยู่ในมาเลเซียตั้งแต่ปี 1995 จนได้วีซ่าถาวรอยู่ในมาเลเซียแล้ว

นายหมดแรงเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการค้าของบริษัทแห่งหนึ่งในกัวลาลัมเปอร์ เขาระบุว่าเขาตกหลุมรักผู้หญิงชาวมาเลย์คนหนึ่งในปี 2008 (ขณะนั้นเธออายุ 29) และหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้แต่งงานกัน

พวกเขามาอยู่ด้วยกันแล้วมีลูกชายหนึ่งคนในปี 2010 

นายหมดแรงระบุในคำฟ้องว่าพวกเขาเริ่มรักร้าวหลังจากมีลูกคนแรก และเธอก็เอาแต่จับผิดเขา

“ตอนนั้น ผมรู้สึกว่านิสัยเอาแต่ใจตัวเองและความต้องการของเธอเริ่มมากเกินขีดปกติ เธอต้องการให้ผมทำการบ้านวันละหกครั้งๆละหนึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย” เขาระบุในคำฟ้อง

นายหมดแรงกล่าวว่า ตอนแรก เขาคิดว่าเธอให้เขาทำการบ้านเพราะความรัก แต่เขาคิดผิด

เขาเสริมว่า ถ้าเธอไม่ได้รับความสุขจนพอใจ เธอก็จะขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย

(ไม่รู้ว่าเธอเป็นโรคติดเซ็กส์หรือเปล่า – ผมเอง)

ทิป: ไหนๆก็พูดเรื่องการเสพติดเซ็กส์แล้ว มารู้จักกับมันสักนิด
การติดเซ็กส์ sex addict หรือ sexaholic เป็นพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติซึ่งรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  (ในบ้านเราจัดเป็นพฤตืกรรมเบี่ยงเบนทางเพศประเภทหนึ่ง) ผู้ติดจะมีความคิดและพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติอย่างหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ (พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศคือพฤติกรรมทางเพศที่ต่างไปจากบรรทัดฐานของคนในสังคมโดยรวม)
การติดเซ็กส์ก็เหมือนกับการติดสิ่งเสพติดอื่นๆ ผลลบที่มันมีกับตัวของผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นเมื่อความผิดปกติดำเนินต่อไป และเมื่อผ่านไปนานๆ ผู้ป่วยก็มักจะมีพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพท์เหมือนเดิม
สำหรับผู้ป่วยที่ติดเซ็กส์บางราย พฤติกรรมอาจจะไม่พัฒนาขึ้นไปมากกว่าการห้ามใจไม่ให้ช่วยตัวเอง หรืออ่านหนังสือโป๊ ดูหนังโป๊ หรือมีเซ็กส์ทางโทรศัพท์ (sex phone)ไม่ได้ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายเช่นพวกที่ชอบโชว์ พวกถ้ำมอง พวกที่ใช้โทรศัพท์โทรลามก  พวกที่ทำอนาจารเด็กหรือข่มขืน
คนที่ติดเซ็กส์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้กระทำผิดทางเพศ และผู้ที่กระทำผิดทางเพศทั้งหมดก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่ติดเซ็กส์ ผู้ที่กระทำผิดทางเพศที่สามารถจัดว่าเป็นคนที่ติดเซ็กส์จะมีแค่ประมาณ 55% เท่านั้น
แต่ 71% ของคนที่ทำอนาจารเด็กเป็นพวกที่ติดเซ็กส์ บ่อยครั้งเหลือเกินที่ปัญหาของคนเหล่านี้จะรุนแรง จนหนทางเดียวที่จะเป็นหลักประกันว่าสังคมจะปลอดภัย ก็คือส่งเขาเข้าไปอยู่ในคุก (แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีทางรักษานะครับ)
(แล้วจะเอาอาการและวิธีรักษามาให้อ่านในโอกาสต่อไป – ผมเอง)

ภาพจากแฟ้ม: ขา

อ่านข่าวแปลกได้ที่นี่ทุกวัน



วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ข่าวแปลก:โจรพิการปล้นแบงก์


โจรไม่เจียมสังขาร จะปล้นธนาคาร

หูฟัง / ภาพจากแฟ้ม

เมื่อปี ค.ศ. 1995 มีกระทาชายนายหนึ่ง มีนามตามท้องเรื่องว่า สมิธ พยายามจะปล้นแบงก์ในเบอร์ลิน เยอรมันนี

เขาเดินถือปืนเข้าไปในธนาคารแล้วขู่พนักงานให้เอาเงินมา – ซึ่งก็เป็นวิธีปล้นแบงก์ตามปกตินั่นแหละ - เมื่อเหตุการณ์ดำเนินต่อไป พนักงานธนาคารก็สังเกตว่าโจรคนนี้ทำตัวแปลกๆ

เมื่อถึงจุดหนึ่ง พนักงานคนหนึ่งถามโจรว่า “จะเอาถุงมั้ยครับพี่”
“เอ้อ นี่ปืนจริง” โจรตอบ

พนักงานก็เลยรู้ว่าโจรคนนี้เป็นคนพิการ

ก็เสร็จตูน่ะสิ พนักงานคนหนึ่งกดสัญญาเตือนภัย สมิธก็ยังไม่รู้ไม่ชี้ กระทั่งเสียงสัญญาณ ซึ่งดังจนแสบแก้วหูจบลง และตำรวจก็เดินทางมาแล้ว เขาก็ยังยืนเฉยอยู่อย่างอดทน ถึงแม้จะมีการเร่งพนักงานบ้างเป็นบางครั้ง

เมื่อตำรวจมาถึง พวกเขาจับสมิธได้ทันที ยังดีที่สมิธพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เพราะเขาพยายามฟ้องแบงก์ที่เปิดเผยความพิการของเขา

ถึงตรงนี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยครับว่าสมิธเป็นคนหูหนวก

ภาพจากแฟ้ม: หูฟัง

อ่านข่าวแปลกได้ที่นี่ทุกวัน



วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ข่าวแปลก:ชาวนากัดงูเห่าตายคาปาก

วันนี้มีสองเรื่อง


king Cobra via Pixabay.com
ชาวนาเนปาลถูกงูเห่ากัดในทุ่งนา เอาคืนด้วยการกัดมันจนตาย

เหตุการณ์นี้เกิดขี้นในหมู่บ้าน ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงกาฐมาณฑุ ประมาณ 200 กม.
โมฮัมมัด ซาโมดินคือคนที่ถูกงูกัด เขาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “หมองูบอกผมว่า ถ้างูกัดให้กัดงู แล้วจะไม่เป็นอะไร”
“พอผมรู้ตัวว่าถูกงูกัด ผมรีบไปเอาไฟฉายในบ้านแล้วออกมาดู ก็เห็นว่ามันเป็นงูเห่า ผมก็เลยกัดมันจนตาย” 
“พองูตาย ผมก็ทำงานของผมไปตามปกติ” ซาโมดินบอก “แต่เมียผม เพื่อนบ้านผมและตำรวจคะยั้นคะยอจนผมต้องไปโรงพยาบาล”
เขากลับบ้านหลังจากไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาแผลงูกัด ตำรวจเปิดเผยว่าเขาถูกปล่อยตัวให้กลับบ้านเพราะไม่ใช่งูพิษ
ประเทศเนปาลมีงูหลายชนิด ในจำนวนนี้มีหลายชนิดเป็นงูพิษ – เช่นงูเห่า แต่งูที่กัดเขาไม่ใช่งูเห่า
มีการประมาณการว่าในเนปาลมีคนถูกงูกัดปีละ 20000 คนและมีคนตายประมาณ 1000 คน

พ่อครัวหัวป่าก์ตายเพราะถูกงูกัด...หลังจากที่หัวกับตัวของมันถูกตัดออกจากกันไปแล้ว 20 นาที

Corn snake via Pixabay.com

พ่อครัวในเมืองกวางดงฆ่างูเห่าเพื่อทำอาหารฮ่องเต้ แต่หลังจากนั้น 20 นาทีก็ถูกงูล้างแค้นเมื่อหัวที่ถูกตัดทิ้งของมันกัดเขาในขณะที่เขากำลังจะเอามันทิ้งขยะ

ตำรวจเปิดเผยว่าเชฟเปง ฟาง เสียชีวิตก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาล

“คดีนี้มันผิดปกติมากแต่ก็ดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุธรรมดา เขาเป็นคนจัดการกับงูเองกับมือแล้วก็โชคร้าย ไม่มีใครช่วยเขาได้”

ลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งพาภรรยามากินอาหารกล่าวว่า “เรามากินข้าวที่นี่เพื่อฉลองวันเกิดของภรรยาผม กำลังกินเพลินๆก็มีคนในร้านตะโกนโหวกเหวกๆ เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ได้ยินเสียงร้องดังมาจากครัว”

“มีคนโทรไปตามหมอ แต่เมื่อหน่วยกู้ชีพมาถึง เขาก็ตายแล้ว พอได้ยินยังงั้น เราก็เลยกินไม่ลง”

หยัง ฮง จาง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงู ซึ่งศึกษางูเห่ามากว่า 40 ปีกล่าวว่า สำหรับสัตว์เลื้อยคลาน ถึงแม้ตัวจะขาดไปบางส่วน หรือขาดไปหมด หัวของมันก็จะยังไม่ตาย และอยู่ต่อไปได้อีกประมาณหนึ่งชั่วโมง

“เป็นไปได้อย่างมากที่หัวของงูจะยังไม่ตายและกัดมือเปง”

ทิป: คำแนะนำสำหรับคนที่ถูกงูกัดอาจแตกต่างกันออกไปเพราะงูแต่ละชนิดมีพิษไม่เหมือนกัน แต่ก็มีหลักกว้างๆดังนี้ ๑.อย่าตื่นตกใจ ๒. พยายามจดจำรูปทรง ขนาดและสีของงูให้ได้ ๓.พยายามขอความช่วยเหลือ (โทร 191หรือหน่วยกู้ชีพทันที) ๔.พยายามอย่าขยับเขยื้อนองคาพยพที่ถูกกัดเพื่อไม่ให้พิษแพร่กระจายออกไป ๕.ถอดเครื่องประดับหรือนาฬิกา(ถ้ามี)จากจุดที่ถูกกัดเพราะมันอาจจะบวม ๖.ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำและสบู่ ๗.อย่าพยายามถอดเสื้อผ้า เช่นกางเกง ๘.อย่าพยายามใช้มีดเปิดปากแผล 
การปฐมพยายามที่ได้ยินกันมาจนติดหู เช่นการใช้เชือกรัดเหนือบริเวณที่ถูกกัด หรือพยายามใช้ปากดูดพิษ ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

ขอขอบคุณภาพจาก : Pixabay/ king cobra / corn snake

อ่านข่าวแปลกได้ที่นี่ทุกวัน






วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ถ้าอยากฆ่าสามี เรามีวิธีจะบอก


ถ้าอยากจะให้สามีตายไปที่นี่เลย…
Karva Chauth / Photo credit: Pranay Bhasin via Wikimedia Commons



หญิงฮินดูในอินเดียจะประกอบพิธีกรรมเพื่อทำให้สามีในปัจจุบันหรือในอนาคตปลอดภัยและเจริญรุ่งเรือง ในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนของปี (ขึ้นอยู่กับปฎิทินทางจันทรคติ)

พิธีและการเฉลิมฉลอง - ที่มีชื่อว่า การ์วา โฌวธ์ – นี้เป็นพิธีที่ปฎิบัติกันทั่วภาคเหนือของอินเดีย

หลักใหญ่ใจความของพิธีนี้ก็คือผู้หญิงต้องถือศีลอดโดยจะไม่กินอาหารหรือดื่มน้ำ  ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนกว่าจะเห็นพระจันทร์ในเวลากลางคืน

ระหว่างวัน ผู้หญิงที่ประกอบพิธีจะนั่งเป็นวงกลมและบูชาเจ้าแม่ปารวาตี

เมื่อพระจันทร์ขึ้น พวกผู้หญิงจะถวายน้ำให้กับพระจันทร์ จากนั้นต้องดูเงาของพระจันทร์ในเหยือกน้ำ หรือดูผ่านตะแกรง เสร็จแล้วจึงจะหันไปมองหน้าสามีอันเป็นที่รัก ตามความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล การกระทำเช่นนี้จะทำให้สามีของหญิงคนนั้นรุ่งเรืองและอายุยืน

ดูเผินๆ พิธีนี้ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน แต่สิ่งที่ทำให้มันเป็นสิ่งที่มีหนึ่งเดียวในโลกเกิดขึ้นที่เมืองสุรีย์ ในมถุรา

ในชุมชนที่มีคนเพียง 12,000 คนแห่งนี้ ผู้หญิงถูกห้ามไม่ให้ทำพิธีและฉลองเทศกาลการ์วา โฌวธ์อย่างเด็ดขาด ว่ากันว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะคำสาปที่มีมาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีที่แล้ว

คำสาปที่ว่าก็คือถ้าหญิงใดทำพิธีการ์วา โฌวธ์ สามีของเธอจะเสียชีวิตทันที อันที่จริงคำสาปไปไกลถึงขนาดที่ว่าถ้าหญิงใดทำพิธี ชายที่แต่งงานแล้วคนหนึ่งในหมู่บ้านจะต้องตาย

จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน คำสาปเริ่มต้นขึ้นหลังจากสามีของหญิงคนหนึ่งถูกจับเพราะถูกหาว่าขโมยวัว และถูกคนในหมู่บ้านซึ่งโกรธแค้นฆ่าตายในขณะที่ภรรยาของเขากำลังทำพิธีการ์วา โฌวธ์

เมื่อร่างของร่างของสามีอยู่บนเชิงตะกอน ภรรยาของเขาก็สาปแช่งผู้คนในหมู่บ้านให้ได้รับความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัสถ้าประกอบพิธีนี้  และเพื่อเน้นในสิ่งที่เธอสาปแช่ง เธอกระโดดเข้ากองไฟและให้ไฟเผาทั้งเป็น

จากวันนั้น ผ่านมาแล้วกว่าสามร้อยปี คนในหมู่บ้านก็ยังยึดถือคำสาปอย่างเป็นจริงเป็นจัง

ก็เคยมีคนอยากลองดี ในปี 1947 มีหญิงคนหนึ่งไม่สนใจคำเตือนจากเพื่อนบ้าน โดยแอบทำพิธี แล้วก็แปลกที่สุด ที่คืนนั้น สามีของเธอเสียชีวิต ตั้งแต่นั้นมา คนในหมู่บ้านจะเตือนผู้หญิงทุกคนที่ย้ายเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านว่าอย่าประกอบพิธีอย่างเด็ดขาด

เพราะกลัวว่าจะต้องคำสาป ผู้หญิงในหมู่บ้านพร้อมใจกันไม่ประกอบพิธีและไม่เฉลิมฉลอง ครูชั้นประถมคนหนึ่งจากเมืองอัครา ซึ่งแต่งงาน เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านเล่าว่า “ฉันเตรียมตัวสำหรับงานการ์วา โฌวธ์ พ่อแม่ของฉันส่งข้าวของสำหรับงานมาให้ฉันตั้งมากมาย แต่แค่จะแต่งตัวทำพิธี ฉันก็ยังแต่งไม่ได้เลย คนที่นี่เคร่งในธรรมเนียมปฎิบัติและไม่ยอมให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วคนไหนประกอบพิธี

(หมายเหตุ: เมืองนอกเขาพาดหัวข่าวว่าถ้าอยากให้สามีตายจริงๆนะ – ผมเอง)

ขอขอบคุณภาพจาก : Wikimedia Commons / Photo credit: Pranay Bhasin (ในภาพคือผู้หญิงที่เอาตะแกรงมาส่องดูพระจันทร์หลังจากถือศีลอดมาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น)

อ่านข่าวแปลกได้ที่นี่ทุกวัน


วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

โสเภณีจับขาใหญ่เป็นตัวประกันและรุมสกรัมเขา

น้องหนูจับขาใหญ่ในแวดวง จะเอาเงินค่าตัวที่เหลือ


สะดือ / ภาพจากแฟ้ม

โสเภณีจับขาใหญ่ในแวดวงการเมือง (ขอสงวนตำแหน่งหน้าที่การงาน)เป็นตัวประกันและรุมสกรัมเขาในอซาบา โรมานซ์ ไนราแลนด์

ขาใหญ่รุ่นเก๋าในรัฐเดลต้าถูกโสเภณีสี่คนรุมสกรัมเพราะไม่จ่ายค่าบริการตามที่ตกลงกันไว้

มีรายงานข่าวว่าขาใหญ่รุ่นเก๋าในรัฐเดลต้า ซึ่งไปหาความสุขกับโสเภณีสี่นาง ต้องอับอายขายขี้หน้าเมื่อจ่ายค่าตัวให้พวกหล่อนไม่ครบ

แหล่งข่าวที่รู้เรื่องดีกล่าวว่าขาใหญ่รายนี้ ไปเที่ยวผู้หญิงซึ่งว่ากันว่าเป็นพวกนักศึกษาทำไซด์ไลน์ในเมือง

ดูเหมือนเขาจะเข้าไปตีสนิทกับพวกสาวๆในโรงแรมดังแห่งหนึ่ง แล้วเจรจาให้พวกหล่อนไปกับเขาและเพื่อนเป็นเวลาสองคืน ด้วยเงินจำนวนหนึ่ง 

เพื่อนของขาใหญ่คนนี้เดินทางมาจากอาบูจาเพื่อมาทำธุระ เขาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของขาใหญ่ 

เมื่อพวกผุ้หญิงทำหน้าที่ของพวกเธอเสร็จและเมื่อเพื่อนของขาใหญ่บินกลับไปแล้ว ขาใหญ่กลับตัดสินใจจะเขี้ยวกับพวกหล่อน เขาควักเงินให้พวกหล่อน แต่ให้ครึ่งเดียว เขาบอกพวกหล่อนว่าให้รอเดี๋ยว ขอไปเบิกตังค์ที่ธนาคารก่อนแล้วจะเอาที่เหลือมาให้ แต่กลับหายจ้อยไปเลย

เขาคิดว่าตัวเองเจ๋ง แต่หารู้ไม่ว่าผู้หญิงพวกนี้เจ๋งกว่า

เพราะพอผ่านไปสักพัก ขาใหญ่ก็เจอกับโชคร้าย พวกสาวๆที่ยังไม่หายโมโหเผอิญไปเจอเขาในโรงแรม พวกหล่อนจับเขาไว้และให้เขาจ่ายเงินที่เหลือ แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้จักพวกหล่อน แถมยังไสหัวพวกหล่อนไปให้พ้น

เล่นกับใครไม่เล่น พวกหล่อนปรี๊ดแตก ด่าลั่นและล็อคเขาไว้ในขณะที่เขาจะเผ่นออกจากโรงแรม พวกหล่อนรุมตบ รุมเตะและฉีกเสื้อเขาอย่างมันมือ

ยังดีที่การ์ดของโรงแรมมาช่วยไว้ ขาใหญ่จึงหนีตายออกมาได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โสเภณีจับตัวลูกค้าเอาไว้เพื่อให้คนมาไถ่ตัว เมื่อเดือนพฤษภา บุตรของพระเจ้าจากเมืองคาลาบาร์ ก็โดนตบแหลกลาญเพราะไม่ยอมจ่ายค่าตัวโสเภณีหลังจากสนุกกับเธอมาแล้วทั้งคืน 

ทิป: ไนจีเรีย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย เป็นประเทศในอัฟริกันตะวันตกที่มีประชากรมากที่สุดในอัฟริกา
ไนจีเรียมีอาณาเขตติดต่อกับเบนิน ชาด แคเมอรูน ไนเจอร์ และอ่าวกินี และมีเมืองใหญ่ ๆ เช่นเมืองหลวงอาบูจา เมืองหลวงเดิมเลกอส อีบาดัน และบาร์ วาร์รี พอร์ตฮาร์คอร์ต
เป็นต้น

ภาพจากแฟ้ม: สะดือ

อ่านข่าวแปลกได้ที่นี่ทุกวัน                                                           






วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ซวย...เจ็บหนักเพราะส้วมระเบิด

หญิงโชคร้ายเจ็บหนักเพราะส้วมระเบิด

ป้ายบอกทางไปห้องน้ำ / ภาพจากแฟ้ม


ผู้เคราะห์ร้ายชาวสโลวาเนียคนหนึ่งเดินเข้าห้องน้ำในออสเตรีย กะจะไปทำธุระส่วนตัว แต่ส้วมระเบิด ทำให้แขน มือ และผมของเธอไหม้เกรียม ระเบิดเกิดขึ้นอย่างรุนแรงวินาทีที่เธอกดสวิตช์เปิดไฟในห้องน้ำของบ้านในชนบท เจ้าหน้าที่คิดว่าประกายไฟในสวิตช์จุดแก๊สมีเทนที่สะสมอยู่ในถังส้วมที่อยู่ใกล้ๆ หลังเกิดเหตุ เธอรับไปรักษาแผลที่โรงพยาบาล ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

เป็นที่รู้กันว่าแก๊สมีเทนที่สะสมอยู่ในถังส้วมอาจทำให้ส้วมระเบิดได้ 

เมื่อปีที่แล้ว ในบาร์เซโลน่า ผู้หญิงคนหนึ่งฟ้องสถานบันเทิงที่เธอไปเที่ยวหลังจากบาดเจ็บสาหัสเพราะห้องน้ำระเบิด

การระบายอากาศไม่ดี การปล่อยให้ห้องน้ำสกปรก และแก๊สมีเทนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ เธอมีบาดแผลไฟไหม้ระดับ 2 และ 3 และต้องปลูกถ่ายผิวหนังที่ขาทั้งสองข้าง

เหตุการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนมาแล้ว แต่เมื่อปลายเดือนที่แล้วเพิ่งมีเหตุการณ์ห้องน้ำสาธารณะระเบิดในศาลยาซุกุมิในกรุงโตเกียว

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ทำเพดานและพื้นของห้องน้ำเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบแบตเตอรี่และสายไฟอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงต้องปิดให้บริการด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

หากมีข่าวคืบหน้าจะเอามาให้อ่านในโอกาสต่อไป

ทิป: เอาอึมาทำไฟ - เมื่อเดือนที่แล้วมีรายงานชิ้นหนึ่งของสหประชาชาติ ซึ่งระบุว่าเชื้อเพลิงซึ่งเป็นแก๊สจากของเสียที่มนุษย์ขับถ่ายออกมาสามารถผลิตไฟฟ้าให้กับประชากรได้ถึง 138 ล้านครัวเรือนหรือเท่ากับจำนวนครัวเรือนของเอธิโอเปีย บราซิล และอินโดนิเซียรวมกัน นอกจากนั้น การจัดการกับของเสียเหล่านี้ก็จะทำให้สุขภาพของคนในประเทศที่กำลังพัฒนาดีขึ้นด้วย (อินเดียขาดแคลนห้องสุขา)
รายงานชิ้นนี้ประเมินว่าเป็นไปได้ที่ปริมาณของแก๊สชีวภาพจากของเสียที่มนุษย์ขับถ่ายออกมาทั่วโลกจะมีราคาประมาณ 12.5 พันล้านดอลลาร์คานาดา (เปรียบเทียบกับเงินที่จะเอาไปซื้อแก๊สธรรมชาติ)
การเอาแก๊สของเสียของมนุษย์มาผลิตไฟฟ้าใช้ในครัวเรือนมีมาตั้งนานแล้ว (ที่อังกฤษมีโครงการนำร่องเอาของเสียที่มนุษย์ขับถ่ายออกมาไปผลิตกระแสไฟฟ้าให้บริการกับประชากรหนึ่งร้อยครัวเรือนมาแล้วในปี 2553)
นอกจากการศึกษาวิจัยเรื่องขี้ๆแล้ว ก็มีการศึกษาการนำเอาความร้อนใต้ผืนโลกมาใช้เช่นกัน แต่ตอนนี้ ดูเหมือนยังติดขัดอยู่ที่ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก (วันหลังจะเอามาให้อ่าน – ผมเอง)
ถ่านหินเป็นทางเลือกที่ง่ายแต่ไม่ใช่ที่ดีที่สุดหรอก
ภาพจากแฟ้ม: ป้ายบอกทางไปห้องน้ำ

อ่านเรื่องแปลกได้ทุกวันที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

นักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ถูกร้านค้าในฮ่องกงฟัน

นักท่องเที่ยวถูกร้านค้าในฮ่องกงฟัน


medicinal mint spirit from Ricqlès
Photo credit: 
Veronique PAGNIER via
Wikimedia Commons

นักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่โดนฟันไป 50,000 เหรียญฮ่องกง ( 1HKD = 4.5 บาท) เป็นค่า ริคแกลส์ เป็ปเปอร์มินท์ สองขวดในร้านในมงก๊กทั้งๆที่ในตอนแรกแคชเชียร์ในร้านบอกว่าสองขวดแค่ 60 เหรียญเท่านั้น (ราคาขายในอีเบย์ขวดละประมาณสามสี่ร้อยบาท)

นักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่คนนี้ชื่อคุณนายฉาง เธอไปช็อปปิ้งในร้านขายยาในมงก๊ก
หลังจากตกลงกันเสร็จสรรพ คุณนายฉางก็เดินรออยู่ในร้าน แล้วแคชเชียร์ก็มาสะกิดเธอ

“คุณนายคะ 60 เหรียญค่ะ”
คุณนายฉางควักเงินสดจะจ่าย
“คุณนายใช้บัตรเครดิตก็ได้นะคะ” แคชเชียร์รีบบอก

คุณนายฉางส่งบัตรให้แคชเชียร์ ซึ่งเอาไปรูดปี๊ดในทันใด แต่ต่อมาคุณนายฉางก็พบว่าทางร้านคิดเงินเธอถึง 50,000 เหรียญฮ่องกง

คุณนายฉางรีบเอาของไปคืนและขอเงินคืน แต่แคชเชียร์ปฎิเสธ คุณนายจึงไปแจ้งความ

แคชเชียร์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ยาที่คุณนายฉางซื้อราคาขวดละ 25,000 เหรียญฮ่องกง แต่ตัวเลขที่อยู่บนป้ายมันเลอะๆไปหน่อย

คุณนายฉางบอกว่าเธอสายตาไม่ดี เห็นราคาบนป้ายไม่ชัด เห็นตัวเลขบนใบเสร็จก็ไม่ชัดจนกระทั่งต่อมาในภายหลัง

ตำรวจก็เลยก้าวเข้ามา ในที่สุด ร้านก็เอายาคืนไป คุณนายฉางก็เอาเงินคืนมา แต่เพราะวงเงินที่เกี่ยวข้องมันสูงปรี๊ด กรมศุลกากรของฮ่องกงจึงเข้ามาตรวจสอบ พวกเขาเชื่อว่าร้านอาจทำผิดกฎหมายการค้าของฮ่องกง เจ้าหน้าที่ของร้านสามคนถูกควบคุมตัวเอาไว้สอบสวน

ข่าวรายงานว่าร้านต้นเหตุติดป้าย “จดทะเบียนถูกต้อง” และป้าย “ร้านค้าปลอดภาษี” เอาไว้ที่หน้าร้าน แต่ร้านนี้เคยถูกคนจำนวนหนึ่งร้องเรียนมาแล้ว

ข่าวรายงานต่อไปว่าเมื่อต้นสัปดาห์ ร้านก็ยังคงเปิดขายต่อไปตามปกติและไม่ได้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

นี่เป็นอุทาหรณ์ของคนที่จะไปเที่ยว – ผมเอง

ทิป: ริคแกลล์คือน้ำสะระแหน่ผสมแอลกอฮอล์และเป็นน้ำอัดลมของฝรั่งเศส ชื่อริคแกลส์ถูกตั้งขึ้นในปี 1838 ในเมืองอูเซ่ส์ ประเทศฝรั่งเศส ตอนแรกมันเป็นน้ำสะระแหน่ผสมแอลกอฮอล์ที่มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นยา ต่อมาในปี 1954 บริษัทได้ผลิตน้ำอัดลมในชื่อเดียวกันออกมาวางจำหน่าย
วิธีใช้: ครั้งละสองสามหยด
สรรพคุณ: แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร ขจัดอาการอ่อนล้า ทำให้กระชุ่มกระชวย ปวดหัว ฯลฯ (โปรดใช้วิจารณญาณ – ผมเอง)

ขอขอบคุณภาพจาก: Veronique PAGNIER (own work) via Wikimedia Commons

อ่านข่าวแปลกได้ที่นี่ทุกวัน